โรบิญโญ่ : ครั้งหนึ่งในชีวิตทีได้ค้าแข้งกับแมนเซสเตอร์ซิตี้

G7
10:11 08/09/2020 | แชร์
robinho man city

“ผมคิดว่า เมืองแมนเชสเตอร์ มีแค่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” นี่คือคำกล่าวแรกของนักฟุตบอลที่เป็นอดีตดาวรุ่งแห่งยุคสัญชาติบราซิลที่เคยกล่าวไว้ครั้งย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับการก้าวกระโดดเข้าสู่การค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเจ้าตัว โดยเรื่องราวในครั้งนี้ที่เราจะหยิบมาเล่าก็คือเรื่องราวของ โรบิญโญ่ กับการผจญภัยในแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีเรื่องราวที่หลายคนยังไม่รู้หรือหลายคนอาจจะรู้แล้ว ส่วนเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรตามมาอ่านกันได้เลย



robinho man city 2008
ในปี 2008 โรบิญโญ่ ย้ายมาร่วมทีม แมนฯซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงถึง 34 ล้านปอนด์


ย้อนกลับไปในปี 2008 เป็นช่วงเวลาที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการจะยกระดับสโมสรของพวกเค้าเองขึ้นมาหลังจากที่พลาดท่าคว้าตัว ดิมิทาร์ เบอบาตอฟ ในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะทำให้พวกเค้าต้องทำการหานักเตะมาทดแทนโดยทันทีและเป้าหมายที่พวกเค้าคว้าตัวมาก็คือ โรบิญโญ่ ปีกยอดดาวยิงจาก เรอัล มาดริด ในเวลานั้น

โรบิญโญ่ ในช่วงเวลานั้นถูกหลายสื่อขนานนามเค้าไว้ว่าจะเป็น เปเล่ คนต่อไปของวงการฟุตบอล ถึงขนาดที่ตัวเปเล่เองก็ได้กล่าวไว้ว่า เด็กคนนี้ล่ะที่จะขึ้นมาแทนเค้าได้ในวงการฟุตบอลบราซิล โดยดีลนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าตัวจำนวน 34 ล้านปอนด์ถูกมอบให้กับเรอัล มาดริด และกระฉากตัวโรบิญโญ่มาร่วมทีมในทันที โดยที่หารู้ไม่ว่านักเตะที่พวกเค้ากำลังดึงตัวมาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้เลยสักนิด


robinho man city thaksin shinawat
ทักษิณ ชินวัตร คนไทยคนแรกที่ได้เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก


แถมความจริงแล้วตัวของโรบิญโญ่เองก็อยากจะไปสโมสรเชลซีมากกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย เพราะเค้าไม่ชอบสไตล์ของเมืองแมนเชสเตอร์เท่าไหร่นัก ดีลการย้ายตัวครั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังที่แท้จริงแล้ว เชลซี เกือบจะปิดดีลได้สำเร็จแล้วหากเพียงแต่เรอัล มาดริด ไม่ต้องการขายเค้าให้กับเชลซี ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าตัวเค้าไปได้ในที่สุด แถมมันก็เป็นยุคที่ประธานสโมสร ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนร่วมดำเนินการเรื่องนี้อีกด้วย

การมายังเมืองแมนเชสเตอร์ โรบิญโญ่ มาพร้อมกับความคาดหวังของแฟนบอลเรือใบสีฟ้า แฟนฟุตบอลเกือบ 8,000 คนมาต้อนรับในวันแถลงข่าว แถมเกมแรกของเจ้าตัวก็ดันโคจรมาพบกับเชลซีทีมที่เจ้าตัวอยากย้ายมาร่วมทีมเสียด้วย แต่อย่างไรก็ดีเค้าเองก็กล่าวแนะนำตัวทักทายกับแฟนเรือใบสีฟ้าด้วยการปั่นฟรีคิกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เรียกเสียงฮือฮาให้กับทีมได้ตั้งแต่นัดแรกที่เปิดตัว คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1


robinho tevez man city
โรบิญโญ่ และ เตเวส คือ 2 ผู้เล่นระดับเวิร์ลคลาสที่เข้ามายกระดับให้กับทีม แมนฯซิตี้ ณ เวลานั้น


เส้นทางของเจ้าตัวดูสดใสทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรกด้วยการซัดไปทั้งหมด 12 ประตูและ 1 แฮททริกที่ทำได้ในฤดูกาลนั้นก็ทำให้ชื่อของโรบิญโญ่เริ่มเป็นที่น่าจดจำของเหล่าแฟนบอล แต่อย่างไรก็ดีนี่เป็นเรื่องราวดีๆ ไม่กี่เรื่องที่หลังจากนี้เจ้าตัวจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอาชีพค้าแข้ง เพราะหลังจากจบฤดูกาล 2008 - 2009 แล้วแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้คว้าตัว คาร์ลอส เตเบส มาทำให้โอกาสของโรบิญโญ่จึงเริ่มหมดไปทุกที จากนักเตะที่การันตีตัวจริงก็กลายเป็นเพียงแค่ตัวสำรองลงมาเล่นไม่กี่นาทีเท่านั้นในฤดูกาล 2009 - 2010 สถิติการลงเล่น 17 เกมส์และทำประตูไม่ได้เลยทำให้กุนซือในตอนนั้นอย่าง โรแบร์โต้ มันชินี่ เริ่มเห็นสัญญาณไม่ดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับโรบิญโญ่แล้วที่เจ้าตัวหมดความั่นใจลงไปอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ท้ายที่สุด มันชินี่ ก็ตัดสินใจขึ้นปล่อยยืมตัวโรบิญโญ่ในที่สุดและก็เป็นสโมสรอย่างซานโต้สยืมเขากลับไปฟื้นฟูสภาพจิตใจในช่วงเวลานั้น

โรบิญโญ่ได้กล่าวกับสื่อในบราซิลไว้ว่า ช่วงเวลานั้นเค้าเองรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคนซึมเศร้าและไม่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอลเนื่องจากการปรับตัวใช้ชีวิตในอังกฤษเป็นอะไรที่ยากมากๆ ทั้งอาหารการกิน ภาษา ที่เป็นกำแพงทำให้เค้าฟอร์มไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร รวมไปถึงการแบ่งพรรคแบ่งพวกของนักเตะหลายๆ คนที่เริ่มมีชื่อเสียงและเข้ามาร่วมเล่นกับทีมในเวลานั้น


robinho sad man city
ความผิดพลาดของเค้าที่ย้ายมาร่วมทีม แมนฯซิตี้ ทำให้เค้าไม่สามารถก้าวไปถึงคำว่าตำนานได้


ท้ายที่สุดเทพนิยายของโรบิญโญ่ก็จบลงด้วยการที่เจ้าตัวตัดสินใจย้ายทีมไปยัง เอซี มิลาน และก็ระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งก่อนที่จะผจญภัยไปยังลีกต่างๆ ตลอดจนปัจจุบันที่เจ้าตัวก็ยังคงค้าแข้งต่อไปแต่ความทรงจำบนเกาะอังกฤษกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เค้าเองก็คงจะจำและเข็ดไปอีกนานกับการย้ายทีมครั้งนั้นของเจ้าตัว