จดหมายถึงตัวฉันเองในวัยหนุ่ม บุฟฟ่อน วัย 41 ปี

ม้าโฉด
11:12 19/10/2019 | แชร์
Buffon

จานลุยจิ บุฟฟ่อน คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาได้แชมป์ฟุตบอลโลกกับอิตาลีในปี 2006, คว้าแชมป์ เซเรีย อา กับ ยูเวนตุส มาถึง 9 สมัย เคยออกไปคว้าแชมป์ ลีก เอิง 1 ครั้งกับ เปแอสเช ในฤดูกาล 2018-19 และครองสถิติเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมชาติอิตาลีมากที่สุดตลอดกาล

ถึงแม้จะไม่ได้เฝ้าเสาให้ทีมอัซซูรี่อีกแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ บุฟฟ่อน ในวัย 41 ปี ยังไม่มีความคิดจะแขวนถุงมือ เขายังคงเล่นให้กับ ยูเวนตุส ในฐานะนายประตูมือสอง และพร้อมรอโอกาสให้ลงไปเฝ้าเสาอยู่เสมอ โดยยังไม่ละทิ้งเป้าหมายที่จะได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้สักครั้ง

เว็บไซต์ theplayerstribune.com ตีแผ่จดหมายของบุฟฟ่อน ที่เขียนถึงตัวเองในวัย 17 ปี มันเต็มไปด้วยข้อความที่ยาวเหยียด แต่เต็มไปด้วยการเตือนสติคนอายุน้อย จากคนที่ผ่านโลกนี้มาอย่างโชกโชน

ลองไปอ่านดูกันครับ…



buffon parma
บุฟฟ่อน สมัยค้าแข้งอยู่สโมสรปาร์ม่า 1998-1999


ถึง จานลุยจิ วัย 17 ปี

ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้ให้นายคืนนี้ ในฐานะผู้ชายอายุ 41 ปีซึ่งผ่านประสบการณ์มามากมายในชีวิต และเคยทำผิดพลาดมาเช่นกัน 

ฉันมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอกนาย ความจริงก็คือ จริงๆ แล้วฉันมาบอกนายตรงนี้ เกี่ยวกับจิตวิญญาณของตัวนายเอง

ใช่แล้ว จิตวิญญาณของนายนั่นแหละ นายมีเพียงอันเดียว เชื่อฉันไหม

เริ่มต้นที่ข่าวร้ายก่อน นายอายุ 17 ปี นายกำลังจะกลายเป็นนักฟุตบอลจริงๆ เหมือนที่นายฝันไว้ 

นายคงคิดว่านายรู้อะไรทุกอย่าง แต่ความจริงก็คือ นายแม่งไม่รู้อะเลย! ไอ้เพื่อนรัก

ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นายจะได้โอกาสลงตัวจริงนัดแรกใน เซเรีย อา ให้กับ ปาร์ม่า และนายไม่รู้อะไรมากพอว่าจะต้องเจออะไร ตอนนี้นายควรเข้านอน ดื่มนมอุ่นๆ 

แต่นายกำลังทำอะไรอยู่? นายกำลังจะไปเที่ยวไนต์คลับกับเพื่อนรักจากทีมเยาวชน

นายกำลังจะจัดเบียร์สักขวด ฉันพูดถูกหรือเปล่า? แต่เมื่อนายเริ่มเมาสักหน่อย นายจะกลายเป็นนักแสดงหนัง เป็นยอดมนุษย์ นี่คือสิ่งที่นายมักจะทำ เวลาต้องรับมือกับความกดดัน ที่นายไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง

ในอีกไม่ช้า นายจะออกไปนอกคลับ และทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนเวลาตีหนึ่ง

จงกลับบ้าน แล้วไปนอนซะ!!

แล้วขอร้องเลย ฉันขอล่ะ อย่าไปเยี่ยวใส่ล้อรถตำรวจ ตำรวจคงไม่สนุกกับมันแน่ และสโมสรก็คงไม่สนุกด้วยเช่นกัน และนายจะสุ่มเสี่ยงกับทุกๆ เรื่อง ที่นายกำลังทำอยู่

นี่คือความยุ่งยากที่นายทำตัวเองโดยไม่มีเหตุผล มันมีเปลวไฟในตัวนายที่จะทำให้นายทำอะไรผิดพลาดไป

แน่นอน นายคิดว่าตัวเองกำลังแสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นว่า นายมันแข็งแกร่งและมีอิสระ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันคือหน้ากากที่นายกำลังสวมอยู่

ในอีกไม่กี่วัน นายจะได้ของขวัญ 3 อย่างซึ่งจะทำให้นายฟินสุดๆ แต่มันก็อันตรายโคตรๆ เช่นกัน นั่นคือ เงิน, ชื่อเสียง และงานที่นายใฝ่ฝัน

ตอนนี้แน่นอนว่านายคงคิดในใจว่า “อะไรพวกนี้มันอันตรายตรงไหนวะ?” ใช่ นี่มันคือความย้อนแย้ง

ในมุมหนึ่ง มันจริงตรงที่ผู้รักษาประตูต้องการความมั่นใจ เขาต้องไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถ้าหากนายให้ผู้จัดการทีมเลือกระหว่างผู้รักษาประตูที่เทคนิคดีที่สุดในโลก กับ ผู้รักษาประตูที่กล้าหาญที่สุดในโลก ฉันการันตีได้เลยว่า เขาจะเลือกไอ้คนที่กล้าหาญที่สุดแม่งทุกครั้ง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนที่ไม่กลัวอะไรเลยมักจะลืมได้ง่ายมากว่าพวกเขาก็มีจิตใจ ถ้าหากนายใช้ชีวิตในทางที่หลงผิด คิดแต่เรื่องฟุตบอล จิตวิญญาณของนายจะเริ่มเหี่ยวเฉา นายจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งจะทำให้นายไม่อยากทำอะไรแม้แต่การไปนอน

นายหัวเราะได้เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับนาย มันจะเกิดขึ้นในจุดสูงสุดของชีวิตนาย เมื่อนายมีทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งสามารถจะหาได้ในชีวิต ตอนนั้นนายจะอายุ 26 ปี เป็นผู้รักษาประตูของ ยูเวนตุส และทีมชาติอิตาลี นายจะได้ทั้งเงินและการยอมรับนับถือ ผู้คนจะถึงกับเรียกนายว่าซูเปอร์แมนเลยทีเดียว

แต่นายไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ นายคือมนุษย์ปกติเหมือนคนอื่น และความจริงก็คือความกดดันของอาชีพนี้ จะเปลี่ยนนายให้กลายเป็นหุ่นยนต์ 

ชีวิตประจำวันของนายอาจกลายเป็นเหมือนนักโทษ นายจะไปซ้อม กลับบ้าน เปิดทีวีดูแล้วก็นอน แค่นั้น แล้วในวันต่อไปก็จะเป็นเหมือนเดิม นายจะชนะ นายจะแพ้ เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


buffon tired
สมัยเป็นดางรุ่งที่ สโมสรปาร์ม่า จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก


เช้าวันหนึ่ง เมื่อนายตื่นไปซ้อม ขาของนายจะเริ่มสั่นแบบที่ควบคุมไม่ได้ นายจะรู้สึกอ่อนแอแล้วนายจะไม่สามารถขับรถได้ ในตอนแรก นายจะคิดว่าแค่อาการเหนื่อยล้า หรือไม่ก็ติดเชื้อไวรัส แต่เมื่ออาการมันแย่ลง สิ่งที่นายอยากทำคือนอน

ในระหว่างซ้อม ทุกๆ การเซฟจะให้ความรู้สึกเหมือนความพยายามที่ยิ่งใหญ่ และเมื่อ 7 เดือนผ่านไป นายจะแทบไม่มีเวลาหาความสนุกให้ชีวิตเลย

ณ จุดๆ นี้ เราพอก่อนดีกว่า

เพราะฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่เมื่อได้อ่านสิ่งนี้ ตอนที่อายุ 17 นายกำลังพูดว่า “มันจะเป็นไปได้ยังไง? ฉันคือคนที่มีความสุข ฉันเกิดมาเป็นผู้นำ ถ้าฉันจะได้เป็นผู้รักษาประตูของยูเวนตุส มีเงินเป็นล้านๆ ฉันต้องมีความสุขสิ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะซึมเศร้า”

เอาล่ะ ฉันขอถามคำถามสำคัญกับนายข้อหนึ่ง “ทำไมนายถึงอุทิศชีวิตตัวเองให้กับฟุตบอลล่ะจีจี้? นายจำได้หรือเปล่า?”

และโปรดอย่าบอกแค่ว่าเป็นเพราะ โธมัส เอ็นโคโน่ (อดีตผู้รักษาประตูแคเมอรูน) นายต้องย้อนไปไกลกว่านั้น นายต้องจดจำทุกรายละเอียดให้ได้

ใช่แล้ว... ตั้งแต่ตอนนายอายุ 12 ตอนฟุตบอลโลก 1990 จัดที่อิตาลี เป็นเกมนัดเปิดสนามที่ อาร์เจนตินา พบกับ แคเมอรูน

แต่ตอนนั้นนายอยู่ที่ไหนระหว่างแข่งล่ะ? หลับตานึกสิ 

นายอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว ทำไมถึงไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยเหมือนเคยล่ะ? นายจำไม่ได้หรอก ยายของนายอยู่ในห้องครัว กำลังทำอาหารกลางวัน และวันนั้นมันร้อนมาก จนยายต้องปิดหน้าต่างทั้งหมดเพื่อให้ห้องเย็นขึ้น มันมืดเหลือเกิน มีแค่แสงสีเหลืองที่ส่องมาจากทีวีเท่านั้น

แล้วนายเห็นอะไร? นายเห็นชื่อแปลกๆ “แคเมอรูน” นายไม่รู้ว่าแคเมอรูนมันอยู่ที่ไหน นายไม่รู้ด้วยว่ามีประเทศนี้อยู่บนโลกเลยก่อนหน้านี้

แน่นอนว่านายรู้จักอาร์เจนตินา และมาราโดน่า แต่มันมีบางสิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับนักเตะจากแคเมอรูน อากาศมันร้อนจากพระอาทิตย์ช่วงซัมเมอร์ แต่ผู้รักษาประตูของทั้ง 2 ทีมยังคงแต่งชุดจัดเต็ม กางเกงขายาวสีดำ เสื้อแขนยาวสีเขียว และปกเสื้อสีชมพู

การเคลื่อนไหวของเขา การยืนของเขา หนวดที่เฟี้ยวฟ้าว เขาได้ใจนายไปเต็มๆ แบบที่อธิบายไม่ได้

เขาคือชายที่เท่ที่สุดที่นายเคยเห็น ผู้บรรยายบอกว่าเขาชื่อ โธมัส เอ็นโคโน่ มันช่างมหัศจรรย์จริงๆ

อาร์เจนตินาได้เตะมุม และ โธมัส วิ่งแหวกฝูงคนออกมาแล้วชกบอลออกไปในอากาศไกลกว่า 30 หลา นี่คือช่วงเวลาที่ทำให้นายรู้ว่า นายต้องการจะทำอะไรในชีวิต

นายไม่ได้อยากเป็นแค่ผู้รักษาประตูธรรมดาๆ แต่นายอยากเป็นนายทวารแบบนี้! นายอยากเป็นคนดุดัน กล้าหาญ และเป็นอิสระ

นายนั่งดูเกมนี้นาทีแล้วนาทีเล่า นายกลายเป็นตัวของตัวเอง ชีวิตของนายถูกเขียนขึ้นแล้ว 

แคเมอรูนยิงประตูได้ นายดูเป็นกังวลกับพวกเขามากว่าจะยันอยู่ไหม นายควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้อีกแล้ว นายกระโดดออกจากโซฟา นายใช้เวลาตลอดทั้งครึ่งหลังวิ่งไปรอบๆ ชั้นวางทีวี 

แล้วเมื่อแคเมอรูนมีนักเตะโดนใบแดงเป็นคนที่ 2 นายทนไม่ได้แม้แต่ที่จะฟัง ในช่วง 5 นาทีสุดท้าย นายหมอบอยู่หลังทีวีโดยที่ปิดเสียงมันไว้ นายโผล่ออกมาดูแทบทุกจังหวะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วก็กลับไปที่เดิม

สุดท้าย นายออกมาเห็นนักเตะแคเมอรูนกำลังฉลองกัน นายวิ่งออกไปยังถนน มีเด็กอีก 2 คนจากบ้านข้างๆ ทำแบบนาย ทุกคนตะโกนว่า “นายได้ดูแคเมอรูนไหม? นายเห็นแคเมอรูนหรือเปล่า?”

วันนั้นไฟในตัวนายได้ลุกโชน แคเมอรูนคือตัวจุดมันขึ้นมา โธมัส เอ็นโคโน่ แจ้งเกิด และนายจะโชว์ให้โลกเห็นว่า บุฟฟ่อน เกิดขึ้นแล้ว

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมนายมาเป็นนักฟุตบอล มันไม่ใช่เพราะเงินหรือชื่อเสียง มันเป็นเพราะศิลปะและสไตล์จากชายคนนี้ “โธมัส เอ็นโคโน่” เป็นเพราะจิตวิญญาณของเขาต่างหาก

นายโปรดจดจำสิ่งนี้ไว้ “เงินและชื่อเสียงไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าหากนายไม่สนใจจิตวิญญาณของตัวนายเอง ถ้าหากนายไม่มองไปที่แรงบันดาลใจนอกเหนือจากฟุตบอล นายจะเหี่ยวเฉาไปเลย

ถ้าฉันสามารถแนะนำนายได้หนึ่งอย่าง ก็คือจงอยากรู้อยากเห็นให้มากขึ้น ในเรื่องรอบๆ ตัวนายในขณะที่นายยังคงเป็นเด็ก เพราะนายจะต้องดูแลตัวเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวของนาย และมันมีเรื่องมากมายให้ปวดหัว

มันเป็นเรื่องจริงที่จะเป็นผู้รักษาประตูได้ มันต้องกล้าหาญ แต่การจะเป็นคนกล้าหาญ นายต้องไม่เพิกเฉย จิจี้

ส่วนลึกๆ ในความเศร้าของนาย สิ่งที่แปลกประหลาดและสวยงามมันจะเกิดขึ้น เช้าวันหนึ่ง นายจะตัดสินใจที่จะออกจากสิ่งเดิมๆ ในชีวิตประจำวัน และไปยังภัตตาคารที่นายไม่เคยไปที่โตริโน่ เพื่อไปกินอาหารเช้า 

นายจะใช้เส้นทางใหม่ๆ ในเมือง และนายจะเดินผ่านพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โปสเตอร์ข้างนอกมันเขียนว่า “ชากัลล์” นายเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่นายไม่รู้เรื่องศิลปะเลย


buffon fans
บุฟฟ่อน คือบุคคลที่แฟนบอลจดจำเค้าในตำนานและให้เกียรติเค้าเสมอ


นายมีสิ่งที่ต้องทำ นายต้องเป็นตัวของตัวเอง นายคือบุฟฟ่อน

แต่คำถามคือ ใครคือบุฟฟ่อน? นายเป็นใครวะ? ถูกไหม? นายรู้ไหม?

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของจดหมายฉบับนี้ นายต้องเดินเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์นั้นในวันพิเศษ มันจะกลายเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนาย

ถ้าหากนายไปเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น และยังคงใช้ชีวิตของนายต่อไปในฐานะนักฟุตบอลแบบซูเปอร์แมน เมื่อนั้นนายจะปิดตายความรู้สึกทั้งหมดของนายไว้ในต้องใต้ดิน และจิตวิญญาณของนายจะค่อยๆ เสื่อมลงเรื่อยๆ

แต่เมื่อนายเดินเข้าไปข้างใน นายจะได้เห็นงานของ ชากัลล์ เป็นร้อยๆ ชิ้น ส่วนใหญ่มันจะไม่ค่อยโดนใจนายเท่าไร บางรูปดี บางรูปน่าสนใจ และบางรูปนายไม่ได้อะไรจากมันเลย

แต่นายจะได้เห็นงานที่วิเศษชิ้นหนึ่งที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจนายเลย รูปนั้นมีชื่อว่า The Walk

มันแทบเป็นภาพของเด็กไร้เดียงสา ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในสวนสาธารณะ กำลังปิคนิคกัน แต่ทุกอย่างในนั้นมันมหัศจรรย์มาก ผู้หญิงบินไปบนฟ้าเหมือนนางฟ้า และผู้ชายยืนอยู่บนดิน จับมือเธอไว้ และยิ้ม มันเหมือนความฝันของเด็กๆ เลย

ภาพนี้จะนำอะไรบางอย่างจากอีกโลกมาให้นาย มันจะให้ความรู้สึกของความเป็นเด็ก ความรู้สึกของการมีความสุขแบบเรียบง่าย

ความรู้สึกของ โธมัส เอ็นโคโน่ ที่ชกบอลออกไป 30 หลา, ความรู้สึกที่คุณยายเรียกนายจากในห้องครัว, ความรู้สึกของการนั่งหลบอยู่หลังทีวีในมุมมืด แล้วอธิษฐาน

นายต้องกลับไปที่พิพิธภัณฑ์อีกหลายครั้ง มันสำคัญมาก

ผู้หญิงที่อยู่ในช่องขายตั๋วจะมองนายแบบตลกๆ เธอจะพูดว่า “เมื่อวานนี้ไม่มาหรอจ๊ะ?”

นั่นไม่ใช่ประเด็น กลับเข้าเรื่องใหม่...ศิลปะนี่แหละคือการบำบัดนายที่ดีที่สุด เมื่อนายเปิดใจ ความสุขลึกๆ ข้างในของนายมันจะพรั่งพรูขึ้นมา เหมือนผู้หญิงที่บินในอากาศของภาพวาดของชากัลล์

มันช่างน่าตลกจริงๆ ในตอนนี้ ฉันคิดว่าชีวิตมันจะต้องถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเรา ซึ่งบางทีมันก็อธิบายไม่ได้ และสิ่งที่งดงามจะเกิดขึ้นกับนายเหมือนกับว่ามันเกี่ยวข้องกันหมด นี่คือหนึ่งในนั้น

เพราะเมื่อนายเป็นนักเตะหนุ่มของ ปาร์ม่า นายจะทำอะไรบางอย่างจากความโง่เขาที่จะทำให้นายเด่น ก่อนเกมบิ๊กแมตช์ นายจะเล่นใหญ่เพื่อโชว์ให้เพื่อนร่วมทีมของนายและแฟนบอลเห็นว่านายคือผู้นำ นายกล้าหาญ และเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ 

นายจะเขียนข้อความลงบนเสื้อ ที่นายเคยเห็นมันสลักบนโต๊ะที่โรงเรียนมาแล้ว นายเขียนว่า “ไปตายซะ ไอ้ขี้ขลาด”

นายคิดว่ามันจะทำให้นายอยากร้องไห้ นายไม่รู้ว่ามันคือสโลแกนของพวกขวาจัด นี่คือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่จะทำให้ครอบครัวของนายต้องเจ็บปวดมาก

แต่ข้อผิดพลาดนี่แหละที่สำคัญ เพราะมันจะย้ำเตือนว่านายคือมนุษย์ พวกเขาจะย้ำเตือนนายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นายแม่งไม่รู้อะไรเลยเว้ยเพื่อน

มันดีนะเว้ย เพราะฟุตบอลจะทำให้นายเชื่อว่านายคือคนพิเศษสุดๆ แต่นายต้องจำเอาไว้ว่านายไม่ได้แตกต่างจากบาร์เทนเดอร์หรือช่างไฟ ซึ่งนายจะต้องคบด้วยไปตลอดชีวิต

นี่คือสิ่งที่จะทำให้นายหลุดออกจากความซึมเศร้า ไม่ต้องไปจำว่านายพิเศษ แต่จงจำว่านายก็เหมือนกับคนอื่นๆ นายไม่มีวันเข้าใจมันตอนนี้ ตอนที่อายุแค่ 17 ปี แต่ฉันสัญญากับนายได้เลยว่า ความกล้าหาญที่แท้จริงคือการแสดงความอ่อนแอออกมา และไม่อายกับมัน

นายคู่ควรกับของขวัญแห่งชีวิต, จิจี้ เหมือนกับทุกคน จงจำเอาไว้

สิ่งต่างๆ มันเชื่อมโยงกัน ในแบบที่นายยังเด็กและไร้เดียงสาเกินไปที่จะเห็นตอนนี้ ความเสียใจเพียงอย่างเดียวของฉันก็คือนายไม่เปิดใจให้โลกให้มันเร็วกว่านี้ 

บางทีนี่คือตัวตนของนาย ในวัย 41 ปี นายจะยังคงรู้สึกมีไฟอยู่ข้างใน นายจะยังคงรู้สึกไม่พอใจ ฉันขอโทษที่จะต้องบอกว่า แม้จะเคยชูถ้วยแชมป์โลกก็ยังบรรเทาความรู้สึกนี้ไม่ได้ แม้กระทั่งนายมีฤดูกาลที่ไม่เสียประตูเลย นายก็จะยังไม่พอใจ

ใช่แล้ว บางทีมันเป็นเรื่องจริงที่นายเป็นคนแบบนี้เสมอ

นายจำฤดูหนาวครั้งแรกที่นายไปเยี่ยมคุณลุงที่อูดิเน่ได้ไหม ใช่ที่ภูเขาหรือเปล่าวะ? หรือนี่จะเป็นความทรงจำที่มีแต่คนแก่เท่านั้นที่จำได้?

ตอนนั้นนาย 4 ขวบ หิมะตกตลอดคืน นายไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนเลย นายตื่นขึ้นแล้วมองไปนอกหน้าต่งแล้วเห็นความฝันของนาย ทั้งประเทศนี้กลายเป็นสีขาว

นายวิ่งออกไปพร้อมกับกางเกงนอน และนายไม่เข้าใจเลยว่าหิมะคืออะไร แต่นายไม่ลังเลเลย

นายมองไปยังหิมะ แล้วทำอะไรน้า? คิดอยู่ใช่ไหม? นายแปลกใจไหม? นายวิ่งกลับเข้าข้างในเพื่อหาเสื้อโค้ทหรือเปล่า?

เปล่าเลย นายกระโดดเข้าไปอย่างไม่มีกลัว แล้วคุณยายก็ตะโกนออกมาว่า “จานลุยจิ อย่าาาาา!!!”

นายเปียกโชกไปด้วยรอยยิ้ม แล้วก็ป่วยเป็นไข้ไปทั้งสัปดาห์ แต่นายไม่ติดใจอะไรเลย

ไม่มีความลังเลในการกระโจนเข้าไปในหิมะ นี่คือตัวตนของนาย นายคือบุฟฟ่อน

นายจะโชว์ให้โลกเห็น ว่านายยังไม่ตาย

จานลุยจิ บุฟฟ่อน


buffon world cup 2016
บุฟฟ่อน เป็นผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนนึง


สิ่งที่ บุฟฟ่อน ต้องการจะบอก คือจงค้นหาความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจให้เจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนหนุ่มที่ยังมีเวลา 

และอย่าไปกลัวกับทุกสิ่งที่จะเข้ามาหาในชีวิต จงเข้มแข็งและพร้อมเจอกับทุกวันเมื่อตื่นนอน

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไรก็ตาม...



ฝาก วิธีการฝาก เเละถอน เเจ้งง่าย สะดวก บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm วิธีการสมัคร เพียงไม่กี่ขั้นตอน บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm
สกู๊ปข่าว
5 ข่าวล่าสุด