มิชู : เพราะอาชีพนักฟุตบอลนั้นไม่มีอะไรแน่นอน

G7
15:03 27/03/2020 | แชร์
michu

ว่ากันว่า อาชีพฟุตบอลนั้นเปรียบเหมือนกับหมาล่าเนื้อ หากช่วงเวลาที่ไหนที่ทำหน้าที่ในสนามได้ดีก็จะมีโอกาสโลดแล่นในเส้นทางนี้ได้นาน หากผลงานที่เคยทำได้ตกลงก็ต้องพเนจรหาสโมสรใหม่ให้มีรายได้และได้ลงเล่น ชีวิตของนักฟุตบอลหลายคนเป็นเช่นนั้น แต่กับบางคนก็มีช่วงเวลาที่ดีและมันก็ดีเกินไปเกิดเหตุการณ์พลิกพลันในชีวิตของเค้ามากมาย โดยเรื่องราวที่เราจะหยิบยกมาเล่าในครั้งนี้ก็คือเรื่องราวของ มิชู อดีตกองหน้าของสวอนซีและทีมชาติสเปน ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร มาดูกัน



michu real oviedo
มิชู ในสมัยอยู่ทีมเยาวชนกับสโมสร โอเบียโด้ เมื่อปี 2003/2004


มิชู หรือ มิเกล เปเรซ คูสต้า เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ฤดูกาล 2003/2004 กับทีมเยาวชนของสโมสรโอเบียโด้ และที่นั่นเองก็เป็นสถานที่บ่มเพาะฝีเท้าของเจ้าตัวและทำให้เค้ากลายเป็นศูนย์หน้าดาวรุ่งตั้งแต่ยังเด็ก ช่วงเวลานั้นมีสโมสรในประเทศสเปนเสนอสัญญามาให้กับเจ้าตัวมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วเค้าก็ตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญากับ เซลต้า บีโก้ ในฤดูกาล 2007/2008 ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เค้าต้องพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างมาก แต่จนแล้วจนเล่าเค้าก็ยังคงแจ้งเกิดในฐานะนักเตะตัวหลักของทีมไม่ได้เสียที สัญญา 5 ปีของมิชูกับเซลต้า บีโก้ จึงหมดลงในฤดูกาล 2011/2012 จำนวน 14 ประตูกับระยะเวลา 5 ปีของเค้ากับสโมสรก็เป็นการตอบได้ว่า เค้าไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับเซลต้าเท่าที่ควร ท้ายที่สุดก็เป็นสโมสร ราโย่ บาเยกาโน่ ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมในที่สุด


michu celta vigo
เซลต้า บีโก้ เป็นอีกหนึ่งสโมสรของ มิชู แต่เค้าก็ทำได้ไม่ดีนัก


ชีวิตของมิชูกับราโย่ บาเยกาโน่ ก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไปจากศูนย์หน้าที่ได้รับโอกาสน้อยในฤดูกาลนี้เค้าฉายแสงราวกับอุลตร้าแมนระเบิดประตูให้กับสโมสรไปถึง 17 ประตูก่อนที่จะได้มีโอกาสมีรายชื่อติดทีมชาติสเปนในช่วงเวลานั้นอีกด้วย ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของมิชูในฤดูกาลนั้นมันก็ดันไปเข้าตาสโมสรบนเกาะอังกฤษอย่าง สวอนซี และท้ายที่สุดการย้ายตัวก็เกิดขึ้นอีกครั้งในฤดูกาล 2012/2013 ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ การย้ายตัวแบบไม่มีความคาดหวังทำให้ มิชู ในฤดูกาลแรกกับหงส์ขาวบอกได้คำเดียวว่า ระเบิดฟอร์มดีที่สุดในชีวิตของเจ้าตัวก็ว่าได้แม้ในช่วงเวลานั้นเค้าจะมีอายุ 28 ปีแล้วก็ตาม


michu league cup
สวอนซี คือ สโมสรที่ มิชู ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง โดยพาทีมได้แชมป์ ลีก คัพ เป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร


ยิง ยิง และก็ยิง คือสิ่งที่มิชูแสดงออกมาให้ทุกคนเห็นในช่วงเวลาที่เค้าค้าแข้งกับสวอนซีก็คือฤดูกาลแรกเจ้าตัวก็ซัดประตูไปทั้งหมด 35 ประตูคว้าดาวซัลโวในฤดูกาลนั้นไปชนิดที่ไม่มีใครเชื่อว่าเค้าจะทำได้อีกทั้งเจ้าตัวยังยิงทีมใหญ่ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูลอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังพาทีมสวอนซีคว้าแชมป์ลีกคัพในฤดูกาลนั้นได้อีกด้วย โดยหลังจบฤดูกาลนั้นต่างมีทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมขายขนมจีบให้เจ้าตัวไปลงเล่นอยู่หลายทีมด้วยกัน แต่มิชูก็ได้บอกกับสื่อมวลชนไว้ว่า เค้าต้องการเล่นให้แค่สวอนซีเพียงทีมเดียวเท่านั้น

แม้ชีวิตของเค้ากำลังไปได้สวยกับเส้นทางลูกหนัง กราฟชีวิตของเค้ากำลังพุ่งขึ้นสูงที่สุดในชีวิต แต่จนแล้วจนเล่าอาการบาดเจ็บก็ได้มาเล่นงานเจ้าตัวในที่สุด หัวเข่าของเค้าได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักทำให้เค้าต้องพักรักษาตัวในฤดูกาลต่อมา การลงเล่นไม่ต่อเนื่องเริ่มแสดงออกหลายคนเห็นมากขึ้น แต่จนแล้วจนเล่ายอดศูนย์หน้ายังไงก็เป็นยอดศูนย์หน้า 17 ประตูที่เค้าทำได้ในฤดูกาลนี้ก็ยังพอให้เค้ายืนระยะเป็นศูนย์หน้าเบอร์ 1 ที่สวอนซีขาดไม่ได้อยู่ดี ถึงแม้ในช่วงเวลา 3 เดือนสุดท้ายจะไม่มีรายชื่อของเจ้าตัวในทีมก็ตาม

ช่วงเวลาอันหอมหวานกับสวอนซีในที่สุดก็จบลงเมื่อฤดูกาล 2014/2015 สวอนซีตัดสินใจขายมิชูให้กับนาโปลีในค่าตัว 12 ล้านปอนด์และที่อิตาลีชีวิตของเค้าก็ยังคงเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจากการทำประตูที่เคยทำได้เยอะๆ ก็ลดลง แถมการได้ลงเล่นก็ลดน้อยลงตามช่วงเวลาอาการบาดเจ็บ 3 นัดเป็นตัวเลขในการลงเล่นของมิชูในเซเรีย อา ทำให้เค้าไม่มีทางเลือกต้องกลับไปเล่นยังลีกรองของสเปนกับสโมสร อัพเรนจิโอ้ และช่วงเวลาที่เหลือของเค้าในสนามช่วงเวลานั้นเจ้าตัวเริ่มรู้แล้วว่า อาการบาดเจ็บเข่าของเค้ามันจะไม่สามารถหายได้ง่ายดายอีกต่อไปแล้ว การย้ายไปและไม่ได้ลงเล่นมันเจ็บปวดยิ่งนัก สัญญาที่มิชูเซ็นก็เป็นสัญญาระยะสั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนอีกแล้วในอาชีพของเค้า


michu last team
ทีมสุดท้ายที่ มิชู เลือกที่จะแขวนสตั๊ดด้วยคือทีม โอเบียโด้ ทีมที่สร้างเค้าขึ้นมาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน


สุดท้ายเมื่อสังขารไม่สามารถกลับมาเป็นดั่งเดิมได้ ทำให้มิชูจึงตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ อัพเรนจิโอ้ และกลับไปยังทีมสร้างชื่อของเค้าอย่าง โอเบียโด้ และที่นั่นก็เป็นสโมสรสุดท้ายที่เจ้าตัวค้าแข้งด้วยแม้จะเพียงวัย 31 ปีก็ตามแต่เค้ารู้แล้วว่า เส้นทางของเค้ากับสนามหญ้าฟุตบอลมันได้จบลงแล้ว 1 ประตูกับช่วงเวลาหนึ่งฤดูกาลกับ โอเบียโด้ เป็นสิ่งที่มิชูทำให้กับสโมสรที่เค้ารักก่อนที่ต่อมาเค้าจะประกาศสิ้นสุดการค้าแข้งในที่สุดด้วยวัยที่ไม่มีใครเชื่อว่า สุดยอดดาวยิงพรีเมียร์ลีกคนนี้จะเลิกเล่นฟุตบอล ไม่มีสัญญาณใดๆ มาก่อน แต่ท้ายที่สุดเค้าก็ต้องยอมแพ้ให้กับอาการบาดเจ็บที่ติดตามมาตลอด

ปัจจุบันแม้มิชูจะไม่ได้ค้าแข้งในสนามอีกต่อไปแล้ว แต่เค้าก็ยังคงรับบทบาทในตำแหน่งโค้ชให้กับทีม โอเบียโด้ ต่อไป อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยกล่าวไว้กับสื่อในบ้านเกิดของตนเองไว้ด้วยว่า ช่วงเวลาที่เค้าค้าแข้งหากไม่เจออาการบาดเจ็บมารบกวน เค้าเองก็คิดว่า เค้าจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน นี่แหละที่เค้าบอกว่า นักฟุตบอลก็เหมือนหมาล่าเนื้อ จากนักเตะโนเนมสู่สตาร์ดังและจากสตาร์ดังกลับไปสู่นักเตะโนเนม อย่างว่าแหละโลกฟุตบอลไม่มีอะไรแน่นอนเสมอ ชีวิตของนักฟุตบอลหลายๆ คนก็เช่นกัน หากจะพูดไปแล้ว มิชู ก็คืออีกหนึ่งนักเตะตำนานที่แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะจดจำและคิดถึงเค้าเสมออย่างแน่นอน