“ฟิลิปโป้ อินซากี้ : เล่นไม่เก่ง จับบอลแย่ แต่โลกส่งมาเพื่อยิงประตู”

ม้าโฉด
16:29 01/11/2019 | แชร์
Inzaghi

ฟิลิปโป้ อินซากี้ คือหนึ่งในกองหน้าที่ยิงประตูได้มากที่สุดเท่าที่วงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีเคยมีมา โดยยิงให้ทีมชาติอิตาลีไปถึง 25 ประตู มากเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ

เขาคว้าตำแหน่งดาวซัลโว เซเรีย อา ได้ในฤดูกาล 1996-97 ตอนค้าแข้งให้ อตาลันต้า และนั่นทำให้เขาได้ย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส ซึ่งเขาฝากผลงานยิงได้ 89 ลูก จากการลงสนาม 165 นัด

จากนั้นปี 2001 เขาย้ายไป เอซี มิลาน ด้วยค่าตัวแพงกว่า 30 ล้านยูโร ก็ยังยิงรวมกันถึง 126 ประตูจากการลงสนาม 300 นัด

คือหากแฟนบอลคนไหนเคยเห็นเขาเล่น จะไม่เถียงเลยว่า ฟิลิปโป้ อินซากี้ คือนักเตะที่จับบอลแย่มาก และมีลีลาการทำประตูที่ไม่สง่างามเอาเสียเลย

ถ้าหากถามว่า “แฟนบอลจะนึกถึงอะไร?” จากเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงเอเธนส์ เมื่อปี 2007 ซึ่ง เอซี มิลาน เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1

แน่นอนว่า พวกเขาต้องนึกถึง ฟิลิปโป้ อินซากี้ ซึ่งยิงคนเดียว 2 ประตู ทั้งที่ตลอดทั้งเกมแทบไม่มีส่วนร่วม

แต่ก่อนที่อดีตตำนานดาวยิงทีมชาติอิตาลี จะเป็นฮีโร่พามิลานคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 มันมีเรื่องราวเบื้องลึกที่หลายคนน่าจะยังไม่รู้



inzaghi ancelotti
อันเชลอตติ คือผู้ที่ยังเชื่อมั่นใน อินซากี้ เสมอ ว่าเค้าคือสัตว์ประหลาดในสนามบอล


ในฤดูกาล 2006-07 อินซากี้ ซึ่งอายุ 33 ปี เริ่มอยู่ในช่วงโรยราลงไปพอสมควร

เขายิงประตูใน กัลโช่ เซเรีย อา ได้แค่ 2 ลูกตลอดทั้งซีซั่น โดยที่คนหนุ่มอย่าง อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ดูจะเหมาะเป็นกองหน้าตัวเลือกแรกก่อนเขา

ในการฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนนัดชิงเจ้ายุโรป อาเดรียโน่ กัลเลียนี่ อดีตซีอีโอของ เอซี มิลาน ได้เข้าไปชมการซ้อมด้วย จากการเปิดเผยเรื่องราวผ่านหนังสือ‘Quiet Leadership’ ของ คาร์โล อันเชลอตติ ซึ่งเป็นกุนซือทีมปีศาจแดงดำในเวลานั้น

มิลาน เพิ่งโดน ลิเวอร์พูล ทำแสบในเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2005 ที่อิสตันบูล ด้วยการพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 3 ประตูในครึ่งแรก กลับมาตามตีเสมอ 3-3 แล้วชนะไปในช่วงดวลจุดโทษ

ถ้าหากปี 2007 ซึ่งคู่ชิงกลับมารีแมตช์กัน แล้วทีมหงส์แดงย้ำแค้นได้อีก ทีมจากอังกฤษจะได้แชมป์รายการนี้สมัยที่ 6 เทียบเท่าปีศาจแดงดำทันที

นอกจากนั้นแล้ว ในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06 มิลาน ไม่ได้แชมป์รายการใดๆ ติดมือ ถ้าหากพวกเขาพลาดแชมป์ยุโรปที่เอเธนส์อีก จะถือเป็นช่วงเวลามือเปล่า 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

นั่นทำให้ อาเดรียโน่ กัลเลียนี่ ไม่มีทางยอมให้สโมสรพลาดในนัดสำคัญแบบนี้แน่ๆ จึงลงไปสังเกตการณ์ซ้อมด้วยตัวเอง และยืนประกบ อันเชลอตติ ตลอด

ในช่วงระหว่างซ้อม อินซากี้ จับบอลกระดอนเป็นว่าเล่น ไม่สามารถเก็บบอลได้ และดูจะประสานงานกับเพื่อนได้ไม่ลื่นไหล

กัลเลียนี่ ซึ่งยืนดูการซ้อมอยู่ข้างๆ อันเชลอตติ แนะนำว่าควรให้ อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ เป็นตัวจริงมากกว่า

เพราะนอกจากมีความสามารถในการเก็บบอลได้ดีกว่าแล้ว ฟอร์มตลอดทั้งฤดูกาลนั้น อินซากี้ ก็ยังยิงใน เซเรีย อา ได้แค่ 2 ลูก ซึ่งตรงกันข้ามกับ จิลาร์ดิโน่ ที่ยิงไปถึง 12 ประตู

นอกจากนั้นแล้ว แมตช์ฟิตเนสของ อินซากี้ ก็น่ากังวล เขาลงสนามไปแค่ 87 นาทีเท่านั้นในช่วงเกมลีก 14 นัดสุดท้าย

แต่ว่า คาร์โล อันเชลอตติ ยังยืนยันว่าเขาได้ตัดสินใจไปแล้ว และตอบกลับ กัลเลียนี่ แบบเรียบเฉยว่า “อินซากี้ คือสัตว์ประหลาด บางทีพรุ่งนี้มันอาจเป็นคืนของเขา”


ac milan uefa 2005
นัดชิง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกปี 2005 ที่อิสตันบูล มิลานแพ้จุดโทษลิเวอร์พูลไปแบบปาฏิหาริย์ ในนัดนี้ อินซากี้ ไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง


ฟิลิปโป้ อินซากี้ คือนักเตะที่ถูกโฉลกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก สำหรับ เอซี มิลาน

เขาคือดาวซัลโวประจำทีม ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 2002-03 ด้วยการยิงตลอดรายการ 10 ประตู ก่อนที่ทีมปีศาจแดงดำจะดวลจุดโทษดับ ยูเวนตุส ได้ในเกมนัดชิง

ส่วนในเกมรอบชิงปี 2005 ที่อิสตันบูล เขาไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรอง เพราะเป็นช่วงที่ต้องพักฟื้นจากอาการเจ็บเข่าที่รุนแรง และ มิลาน ที่ไม่มีเขา ก็พลาดท่าโดน ลิเวอร์พูล สร้างปาฏิหาริย์เอาชนะไปได้ในช่วงดวลจุดโทษ

ในฤดูกาล 2006-07 มิลาน ไม่เคยแพ้ใครใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์ ถ้าหากส่ง อินซากี้ ลงสนาม

ในนัดที่ออกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คนที่ได้ลงตัวจริงคือ จิลาร์ดิโน่ โดยที่ “พี่กุ้ง” เป็นตัวสำรองที่ไม่ถูกเปลี่ยนลงไปเล่น

บางที อันเชลอตติ เชื่อว่าหัวหอกหนึ่งในสมาชิกทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ฟุตบอลโลก อาจเป็นตัวนำโชคให้ทีมก็ได้

อันเช่ ยืนยันกับ กัลเลียนี่ อย่างหนักแน่นว่า “ใช่! จิลาร์ดิโน่ มีฟอร์มที่ดีกว่า แต่ ปิ๊ปโป้ ก็คือ ปิ๊ปโป้”


inzaghi2007
อินซากี้ กับถ้วยแชมป์ ยูฟ่า ปี 2007 ถึงในนัดนั้น อินซากี้ จะไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย แต่เค้าเป็นคนที่อยู่ถูกที่ถูกทางและทำไป 2 ประตู


 

ในเกมนัดชิงเจ้ายุโรปกับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2007 คาร์โล อันเชลอตติ จัดทีมในระบบ “ต้นคริสต์มาส” หรือ 4-3-2-1

เนลสัน ดีด้า ลงเฝ้าเสา แนวรับจากขวาไปซ้ายประกอบด้วย มัสซิโม่ อ็อดโด้, อเลสซานโดร เนสต้า, เปาโล มัลดินี่ และ มาเร็ค แยนคูลอฟสกี้

แดนกลาง 3 คน ให้ อันเดรีย ปีร์โล่ รับบทบาทเพลย์เมกเกอร์จากแนวลึก ขนาบข้างด้วย เจนนาโร่ กัตตูโซ่ และ มัสซิโม่ อัมโบรซินี่ ปล่อยให้ ริคาร์โด้ กาก้า ตัวเทพแห่งฤดูกาล ทำเกมรุกร่วมกับ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ

และแน่นอน กองหน้าตัวเป้าคือคนที่ อันเชลอตติ เลือกไว้คือ ฟิลิปโป้ อินซากี้

อย่างไรก็ตาม ตลอดครึ่งแรก อินซากี้ แทบจะช่วยอะไรทีมไม่ได้เลย เขาเก็บบอลไม่ได้ ขึ้นดวลลูกโหม่งก็ไม่สำเร็จ ยังดีที่ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสยิงเน้นๆ ทั้งจาก เจอร์เมน เพนแนนท์ และ ชาบี อลอนโซ่ สกอร์จึงยังคงเสมอ 0-0 จนถึงช่วงท้ายครึ่งแรก

แต่นาทีสุดท้ายก่อนเข้าช่วงพักครึ่ง เอซี มิลาน มาได้ฟรีคิกระยะหวังผล แล้ว อันเดรีย ปีร์โล่ คือคนรับหน้าที่ปั่น ในฐานะมือวางอันดับหนึ่งเรื่องลูกนิ่ง

ปีร์โล่ ปั่นบอลเข้าไปในกำแพง แล้ว อินซากี้ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้า เอาตัวเองเปลี่ยนทางบอลเข้าไปตุงตาข่าย

ซึ่งแม้จะดูเหมือนบอลโดนแขน แต่สมัยนั้นไม่มี VAR และดูจะเป็นจังหวะ บอล ทู แฮนด์ มากกว่า ทำให้ มิลาน นำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรก แบบมีโชคนิดๆ

ในครึ่งหลัง อินซากี้ หลุดเดี่ยวไปยิงประตูนำห่าง 2-0 ในช่วงท้ายเกม เมื่อ กาก้า แทงทะลุช่องให้แบบเหมาะเจาะ ก่อนที่พี่กุ้งจะแตะบอลหลบ โฆเซ่ เรน่า แล้วตวัดยิงเข้าไปโล่งๆ

ซึ่งแม้ ลิเวอร์พูล จะตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 ก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมที่ เอซี มิลาน ได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 โดยที่ ปิ๊ปโป้ อินซากี้ คือฮีโร่ได้


acmilan
ผู้เล่นระดับท็อปของโลกที่เต็มไปด้วยทักษะการเล่นฟุตบอลมากมายอยู่รอบตัว อินซากี้ ซึ่งตัวเค้าเองไม่มีทักษะอะไรเลยนอกจาก การยิงประตู


อินซากี้ ยิงได้ 2 ประตูในเกมนัดชิงฟุตบอลสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยจังหวะที่ฟลุกหนึ่งลูก และเพื่อนจ่ายสวยให้หลุดเดี่ยวอีก 1 ลูก

ดูเหมือนเขาแทบไม่ต้องใช้ทักษะอะไรเลย แต่มักพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ถูกเวลา และทำประตูสำคัญได้เป็นประจำ

วินเชนโซ่ มอนเตลล่า อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอิตาลี รุ่นๆ ราวคราวเดียวกับ ปิ๊ปโป้ เผยว่า แม้กระทั่งเล่นตำแหน่งเดียวกัน, สัญชาติเดียวกัน และลีกเดียวกัน เขาก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าทำไม อินซากี้ คนพี่ ถึงยิงประตูได้เยอะแบบไม่น่าเชื่อ

“จนถึงวันนี้ ผมก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขายิงประตูได้มากมายขนาดนั้น”

“เขาเลี้ยงบอลไม่เป็น ยิงจากนอกเขตโทษก็ไม่ได้ เขามีความเก่งแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ของนักเตะเก่งๆ ที่ได้แชมป์แค่ครึ่งนึงของที่เขาได้”

ส่วนทางด้าน ยาป สตัม อดีตปราการหลังซึ่งเคยเล่นร่วมกับ อินซากี้ ที่ มิลาน ก็เผยว่า “ที่มิลาน พวกเราเล่นลิงชิงบอลกันทุกวัน แต่ว่า อินซากี้ ไม่ยอมเล่นด้วย เพราะเขารู้ว่า เขาจะต้องกลายเป็นลิง และต้องวิ่งไล่บอลมากกว่าคนอื่นแน่”

หลายต่อหลายครั้ง ที่เขายืนเฉยๆ บอลก็มาโดนเขาเปลี่ยนทางเข้าประตูไปเอง, บางครั้ง ลูกบอลก็ไปชนเสา ชนคาน ติดเซฟ แล้วมาเข้าทางให้เขาซ้ำง่ายๆ

เอมิเลียโน่ มอนโดนิโก้ อดีตกุนซือ อตาลันต้า ระหว่างปี 1994-1998 ซึ่งเคยคุม อินซากี้ ในฤดูกาลที่เขาคว้าดาวซัลโวของ กัลโช่ เซเรีย อา ได้ให้คำจำกัดความที่น่าสนใจของตำนานกองหน้าผู้นี้เอาไว้

“อินซากี้ดูไม่น่าจะตกหลุมรักกับประตูของเขาเองสักเท่าไร แต่ประตูต่างหาก ที่ตกหลุมรักอินซากี้”

จริงอย่างที่เขาว่า เพราะนี่คือนักเตะที่โลกส่งมาเพื่อยิงประตูเท่านั้นจริงๆ!!



ฝาก วิธีการฝาก เเละถอน เเจ้งง่าย สะดวก บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm วิธีการสมัคร เพียงไม่กี่ขั้นตอน บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm
สกู๊ปข่าว
5 ข่าวล่าสุด