เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : แบ็กขวาอายุน้อย ที่ก้าวกระโดดสู่ระดับโลกอย่างน่าทึ่ง

ม้าโฉด
10:05 10/01/2020 | แชร์
trent liverpool

ในวัยเพียง 21 ปี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถูกยกย่องให้เป็นแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลก โดยในปี 2019 เขาคือแบ็กขวาอาชีพเพียงคนเดียวที่เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย ของนักเตะที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงให้ลุ้นรางวัล บัลลง ดอร์ และเข้าป้ายอันดับที่ 19 จากแคนดิเดตทั้งหมด

ในจำนวนนั้น นักข่าวจากศรีลังกาทำเซอร์ไพรส์ เมื่อเลือกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษรายนี้ให้ได้คะแนนมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าหนูเทรนท์ ไม่ใช่นักเตะที่เด่นที่สุดของโลกในปี 2019 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานอันเยี่ยมยอด นับตั้งแต่จองตำแหน่งตัวจริงทีมหงส์แดงยาวๆ ทำให้เขาคือแบ็กขวาที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

ฤดูกาล 2018-19 ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 66 ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกให้ ลิเวอร์พูล ถึง 12 ครั้ง ถือเป็นกองหลังที่จ่ายให้เพื่อนยิงมากที่สุดใน 1 ฤดูกาลเดียว นับตั้งแต่ลีกสูงสุดอังกฤษเคยก่อตั้งมา

และแน่นอนว่า ไม่มีใครลืมจังหวะเตะมุมอันชาญฉลาดของเขา ที่ฉวยโอกาสเตะเร็วให้ ดิว็อค โอริกี้ ยิงโล่งๆ ใส่ บาร์เซโลน่า ในเกมนัดชี้ชะตาของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ และพาต้นสังกัดล้มทีมแชมป์สเปน ทะลุไปคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ

ผลงานของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในซีซั่น 2019-20 ก็ยังคงยอดเยี่ยม หากนับเฉพาะช่วงก่อนคริสต์มาส เขาทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกไปอีก 6 ครั้ง และทำให้ ลิเวอร์พูล แทบจะจองแชมป์ลีกสูงสุดที่รอมานาน 30 ปีได้แต่เนิ่นๆ



trent kid
เทรนท์ เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อยู่ ลิเวอร์พูล ชุด U-18


อย่างไรก็ตาม กว่าจะเป็นสุดยอดแบ็กขวาเบอร์ต้นๆ ของโลก ณ วันนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าเจ้าหนูผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเมืองลิเวอร์พูลแท้ๆ คนนี้ ไม่ได้เอาดีกับตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่เด็กๆ

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 1998 เขาเข้าสู่อะคาเดมี่ของทีมหงส์แดงตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ และเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวชีวิตสมัยเป็นแข้งวัยกระเตาะกับ ดิ แอธเลติก สื่อที่นำเสนอเรื่องราวเจาะลึกในวงการฟุตบอลอังกฤษเอาไว้ ว่าจริงๆ แล้ว ตัวเองเริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งปีก จนกระทั่งอายุ 12-13 ก็ขยับเข้าในไปเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ 

“สมัยผมเป็นนักเยาวชน ผมเล่นมันซะทุกตำแหน่ง! ตอนผม 10 ขวบ ผมเล่นปีกให้กับลิเวอร์พูล จากนั้นผมก็เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางในเกมลีกวันอาทิตย์ (ลีกของพวกเด็กๆ) ผมวิ่งพล่านไปหมด ทั้งเลี้ยงผ่านคู่แข่งคนแล้วคนเล่า ยิงประตูได้ ไปจนถึงพยายามป้องกัน”

“น่าจะตอนสักอายุ 12-13 ที่ผมเปลี่ยนจากตำแหน่งปีกไปเล่นเซนเตอร์แบ็กสักระยะ แล้วผมก็เล่นตำแหน่งนั้นจนกระทั่งอายุ 14-15 แล้วผมก็เล่นตำแหน่งหมายเลข 6 (มิดฟิลด์ตัวรับ) ประมาณ 1-2 ปีภายใต้ เป๊ป ลินเดอร์ส (มือขวาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คนปัจจุบัน แต่ในช่วงที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือลิเวอร์พูล เขาคือโค้ชทีมอะคาเดมี่”

“จากนั้นผมก็ตัดสินใจโยกไปเล่นแบ็กขวา แล้วนั่นก็คือตำแหน่งที่ผมยึดมาตลอดนับตั้งแต่นั้นมา”

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เผยว่า เขาเพิ่งเริ่มเล่นตำแหน่งแบ็กขวาอย่างจริงจัง ตอนที่อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่เขาถูกเลื่อนขึ้นไปเล่นให้กับทีมหงส์แดงชุดยู-18


trent alexander arnold kid
ท่าปั่นฟรีคิกประจำตัวนั้น เทรนท์ ใช้ท่านี้ตั้งแต่ตัวเองยังอยู่ในชุดเยาวชนของทีม


จริงๆ แล้ว ในช่วงนั้นเขายังได้เล่นเป็นปีกขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเริ่มหัดเล่นตั้งแต่เด็ก เพียงแต่เขามองถึงโอกาสขยับขึ้นสู่ทีมชุดที่โตกว่า ถ้าหากเขาเปลี่ยนไปเล่นแบ็กขวา มันจะเพิ่มโอกาสมากขึ้น

“เรามีการพูดคุยกัน จริงๆ แล้วผมก็ไม่ใช่ปีกธรรมชาติ แต่ผมเล่นตำแหน่งนั้นเพื่อทีม เราคุยกันว่าผมจะมีโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้อย่างไร และทางที่ดีที่สุดคือทางไหน”

“ถ้าจะให้ไปเล่นมิดฟิลด์ มันจะเป็นเรื่องยาก ผมไม่ได้เล่นให้กับทีมชุดยู-23 ซึ่งมันไม่ใกล้เคียงเลยที่จะทำให้ผมขึ้นทีมชุดใหญ่ได้”

“แต่ตอนนั้นมันไม่มีแบ็กขวาคนไหนจากทีมชุดยู-18 ที่ได้รับการผลักดันจริงๆ จังๆ ซึ่งตอนนั้น ในทีมชุดใหญ่ จอน ฟลานาแกน กำลังบาดเจ็บ และก็เหลือแค่ เนธาเนียล ไคลน์ เป็นตัวหลัก กับ คอนเนอร์ แรนดอลล์ ที่เป็นตัวเสริมเท่านั้น”

“มันมีนักเตะแค่ไม่กี่คนที่จะขวางผม ทำให้ผมตัดสินใจไปเล่นตำแหน่งนั้น อเล็กซ์ อิงเกิ้ลธอร์ป (ผู้อำนวยการอะคาเดมี่) และ นีล คริทช์ลี่ย์ (โค้ชทีมเยาวชนในเวลานั้น) ต่างช่วยเหลือผมอย่างมาก นั่นรวมไปถึงโค้ชทีมเยาวชนอย่าง มิค บีล และ เอียน บาร์ริแกน ด้วย”

ช่วงซัมเมอร์ปี 2016 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้โอกาสจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งคุมลิเวอร์พูลลงเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นเป็นครั้งแรก ให้ได้ลงสนามเกมอุ่นเครื่องหลายนัด และเขาคือหนึ่งในนักเตะหงส์แดง ที่เดินทางไปทัวร์สหรัฐอเมริกา ทำศึก อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ ร่วมกับทีมชุดใหญ่


trent first game
การลงเล่นนัดแรกของ เทรนท์ คือนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะสเปอร์ไปได้ 2-1


และโอกาสเล่นให้ทีมหงส์แดงชุดใหญ่ของหนูเทรนท์ ก็ไม่ต้องรอนานนัก เมื่อได้เล่นให้ ลิเวอร์พูล ชุดใหญ่อย่างเป็นทางการนัดแรก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2016 ซึ่งทีมเปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ในศึก ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวา

ในเกมดังกล่าว ถือว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วัย 18 ปี โชคดีมากที่ไม่โดนใบแดง จากการเข้าเสียบหนักใส่ เบน เดวิส แบ็กซ้ายทีมไก่เดือยทอง แต่การโดนใบเหลืองติดตัว ทำให้เขาอยู่ในสนามไม่จบเกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกส่งรุ่นพี่ซึ่งเป็นตัวหลักอย่าง เนธาเนียล ไคลน์ ลงไปแทนในนาทีที่ 68

หลังจากลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่แค่เดือนเดียว สโมสรเห็นแววว่านี่คือนักเตะที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ในอนาคต จึงมอบสัญญาระยะยาวให้ทันที ก่อนค่อยๆ ให้โอกาสลงสนามบ่อยขึ้นเรื่อยๆ 

เขาลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก ด้วยการเป็นตัวสำรองของเกมที่บุกชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-0 แต่ก็อยู่ในสนามแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะกว่าจะได้ลงเล่น ก็ต้องรอจนนาที 90+1 ที่ลงไปแทน ดิว็อค โอริกี้ เพื่อฆ่าเวลาทิ้ง

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เขาได้ลงตัวจริงอย่างเป็นทางการก็มาถึง ในวันที่ 15 มกราคม 2017 แถมเป็นเกมสำคัญอย่างศึก “แดงเดือด” ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสียด้วย

“ผมไม่คิดว่าผมจะได้ลงเล่น ตอนพวกเราเตรียมทีมกันหนึ่งวันก่อนเกม ไคลนี่ย์ (เนธาเนียล ไคลน์) ก็ยังเล่นได้ตามปกติ จากนั้นผมก็กลับโรงแรมและพักผ่อนโดยไม่คิดอะไร”

“ผมจำได้ว่าเกมนั้นลงเตะกันวันอาทิตย์ เวลา 4 โมงเย็น พวกเราทานอาหารเช้าร่วมกัน แล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นพวกเราก็เดินออกมาพร้อมๆ กัน แล้วผู้จัดการทีมก็เดินเข้ามาหาผมแล้วบอกว่า “นายพร้อมไหม?” และผมก็ตอบเขาไปว่า “พร้อมครับ” ”

“เขาบอกผมว่า “ดีเลย เพราะเราต้องให้นายลงตัวจริง ไคลนี่ย์เขามีปัญหาบาดเจ็บ” ซึ่งผมรู้ตัวว่าตัวเองจะได้ออกสตาร์ท ก็ช่วงก่อนเกมแค่ 3 ชั่วโมง”

เกมดังกล่าว ถือว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เล่นได้ไม่เลว เมื่อรับมือกับตัวรุกฝั่งซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้ไม่ผิดพลาด แต่น่าเสียดายที่ทีมอดคว้า 3 แต้มกลับบ้าน เพราะ ลาตัน อิบราฮิโมวิช โหม่งให้ผีแดงตามตีเสมอ 1-1 ได้ในช่วงท้ายเกม


alexander arnold liverpool
ลูกนิ่งเป็นจุดเด่นของ เทรนท์ ตั้งแต่ชุดเยาวชนจนปัจจุบัน


ฤดูกาล 2016-17 อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไป 12 นัดรวมทุกรายการ และได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ในช่วงฤดูกาลดังกล่าว คือช่วงที่เขาฝึกซ้อมการเล่นเซตพีซ, การยิงฟรีคิก และการเปิดลูกนิ่งทุกรูปแบบ ให้กลายมาเป็นอาวุธสำคัญของตัวเองในเวลาต่อมา

“ในฤดูกาล 2016-17 ผมไม่ค่อยได้ลงเล่นสักเท่าไร และพวกเราก็ไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรป เราจึงไม่ค่อยมีเกมกลางสัปดาห์ให้แข่ง นั่นหมายความว่าคุณจะมีเวลาเพิ่มในการฝึกฝนหลังการซ้อมปกติ”

“ตลอดฤดูกาลนั้น ผมเข้าโปรแกรมซ้อมฟรีคิกอยู่เสมอร่วมกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เอ็มเร่ ชาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ และ จินี่ ไวจ์นัลดุม ผมพยายามเก็บเกี่ยวเทคนิคต่างๆ และเรียนรู้ให้มากๆ จากพวกเขา”

การขยันซ้อมลูกตั้งเตะ ทำให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นในการเล่นลูกนิ่ง ก่อนที่ประตูแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ชุดใหญ่ของเขา จะมาจากการปั่นฟรีคิกสุดสวย เป็นประตูขึ้นนำให้ทีมบุกไปชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในรอบเพลย์ออฟ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18

เบื้องหลังสำคัญของการเป็นมือฉมังลูกเซตพีซของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็คือ ปีเตอร์ คราเวียตซ์ มือขวาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พยายามวิเคราะห์การป้องกันของคู่แข่ง และนำเทคนิคใหม่ๆ มาให้ฝึกซ้อมอยู่เสมอ

ในซีซั่น 2018-19 จะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่เก่งเรื่องเล่นลูกตั้งเตะมากที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป โดยที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นมือวางอันดับต้นๆ ทั้งการเป็นคนเปิด หรือคนยิงฟรีคิกระยะหวังผล ไม่น้อยไปกว่าสตาร์ตัวความหวังอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้โอกาสบ่อยครั้ง ก็เพราะอาการบาดเจ็บยาวเรื้อรังของ เนธาเนียล ไคลน์ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา

และการฝึกฝนอย่างหนัก จนเก่งกาจในเรื่องการวางเท้าครอสบอลอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เปิดบอลจากริมเส้นได้ดีที่สุดของโลกในวันนี้ ด้วยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น และด้วยวัยเพียง 21 ปี ถือว่าอนาคตของเขายังมีความสำเร็จให้รออยู่อีกมาก

การที่ชีวิตของคนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จ บางทีมันต้องอาศัยทั้ง “ความเก่ง” บวก “ความเฮง” ผสมกัน

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีจังหวะชีวิตที่เป็นใจ นั่นก็คือตอนเล่นให้ทีมชุดยู-18 เขาไม่มีคู่แข่งที่น่ากลัวในการแย่งตำแหน่งแบ็กขวา ขณะที่โอกาสก้าวขึ้นเป็นตัวหลักให้ทีมชุดใหญ่ ส่วนหนึ่งก็เพราะความโชคร้าย ได้รับบาดเจ็บยาวของ เนธาเนียล ไคลน์

แต่หนูเทรนท์จะไม่มีวันมาถึงจุดนี้ได้เลย ถ้าหากขาดการฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และพรสวรรค์ในการเรียนรู้อะไรได้อย่างรวดเร็ว

และจากทัศนคติ และอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีพร้อม ทั้งนักเตะชั้นยอด และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชที่ดีที่สุด ต้องบอกเลยว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กำลังจะเป็นแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลกอย่างเต็มตัว ในช่วงทศวรรษที่ 2020’s เป็นต้นไป