แดงเดือดสูสี แต่ผีกำลังจะเป็นเหมือนหงส์ใน 30 ปีที่ผ่านมา

ม้าโฉด
13:10 28/10/2019 | แชร์
Liverpool-Man u

คำกล่าวที่ว่า “ผลการแข่งขันในเกมแดงเดือด ขึ้นอยู่กับ 90 นาทีล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับอันดับบนตาราง ไม่เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาของทั้งสองทีม” คือความจริง

 

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 จนถึงปี 1986 ลิเวอร์พูล ครองบัลลังก์ลีกสูงสุดอังกฤษ เมื่อคว้าแชมป์ถึง 5 สมัยในช่วง 6 ปีนั้น 

 

แต่น่าแปลกตรงที่ 6 ฤดูกาลที่ว่า ทีมหงส์แดงสามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมลีกวันแดงเดือดได้แค่ 2 ครั้ง จากทั้งหมด 12 นัด 

 

จากนั้นในช่วงปลายปี 2000 จนถึงต้นปี 2002 เป็นช่วงที่ทีมปีศาจแดงของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกยกให้เป็นสโมสรอันดับหนึ่งของอังกฤษ แต่ว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะผีแดงได้ 5 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ 

 

ชื่อของ แดนนี่ เมอร์ฟี่ กลายเป็นที่จดจำของ เร้ด อาร์มี่ ทุกหมู่เหล่า ในฐานะคนที่มักทำแสบ ยิงประตูชัยที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อยู่เสมอ

 

ฤดูกาล 2008-09 ลิเวอร์พูล ของ ราฟาเอล เบนิเตซ สามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทั้งไปและกลับ แต่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนั้น ยังคงเป็นของทีมปีศาจแดง

 

สำหรับศึกแดงเดือดยกแรกของฤดูกาล 2019-20 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมโดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อยู่ในสถานการณ์ปริ่มๆ จะร่วงลงไปโซนตกชั้น ฟอร์มการเล่นกำลังกระท่อนกระแท่น เกมรุกไร้ประสิทธิภาพ แถมยังต้องขาดสตาร์อันดับหนึ่งอย่าง ปอล ป็อกบา

 

ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่มีดีกรีเป็นแชมป์ยุโรป และนำโด่งเป็นจ่าฝูงด้วยสถิติชนะรวดในเกมพรีเมียร์ลีกตลอด 8 นัดแรก ขุมกำลังของพวกเขาแข็งแกร่งทุกตำแหน่ง

 

แต่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด กลับกลายเป็นทีมแรกที่หยุดสถิติชนะ 100% ของทีมหงส์แดงได้สำเร็จ ด้วยผลเสมอ 1-1 ชนิดที่เกือบจะชนะได้อยู่แล้ว

 

เบื้องหลังของผลการแข่งขันที่ถือว่าผิดคาดพอสมควรนี้ ส่วนหนึ่งก็คือการที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จัดแท็กติก 5-3-2 เน้นความรัดกุมเต็มที่ 

 

แม้ไม่มี ป็อกบา ลงสนาม แต่ก็ทดแทนด้วยความขยันวิ่งสู้ถวายชีวิตของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, อันเดรียส เปเรยร่า รวมไปถึงตัวรุกอย่าง แดเนียล เจมส์ ที่ช่วยเกมรับตั้งแต่แดนบน ด้วยการวิ่งเพรสใส่ฟูลแบ็กของ ลิเวอร์พูล ไม่ให้เติมเกมได้ถนัด

 

มาร์คัส แรชฟอร์ด ดูจะมีสมาธิและความมุ่งมั่นมากกว่าเกมอื่นๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเขาให้ความสำคัญกับเกมนัดนี้มากเป็นพิเศษ จนสามารถทำประตูออกนำได้

 

แท็กติกและความมุ่งมั่นของนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งทีม ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเล่นได้ดีเหมือนกับนัดที่ผ่านๆ มา ถึงแม้ว่า อดัม ลัลลาน่า จะลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ยิงตีเสมอให้ทีมเยือนในช่วงท้ายเกมก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม แม้ ลิเวอร์พูล ชวดทำสถิติชนะรวด และ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานที่ได้ใจแฟนบอลกลับมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น สถานการณ์ของทั้งสองทีมยังต่างกันลิบลับ



Klopp Liverpool FC
ผู้เล่นทีม ลิเวอร์พูล ยุคทอง ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์


ในขณะที่ทีมหงส์แดงของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเดินหน้าต่อเพื่อไปให้ถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมานาน 30 ปี แต่ทีมปีศาจแดง ยังไม่รู้เลยว่า ระบบการเล่นที่ลงตัวที่สุด และสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองที่สุดในวันนี้คืออะไร

 

คล็อปป์ คุม ลิเวอร์พูล กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 5 เร็วๆ นี้ แต่ในช่วงเวลาที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องลองผิดลองถูกกับ หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ มาจนถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

 

ฟุตบอลเปรียบเสมือนวัฎจักร คือแต่ละทีมจะมีช่วงขาขึ้นและขาลง

 

ลิเวอร์พูล เคยเป็นสุดยอดทีมอันดับหนึ่งของอังกฤษ ในช่วงยุค 80 จนถึงปี 1990 แต่หลังจากนั้นมาเกือบๆ 30 ปี พวกเขายังไม่ได้เชยชมแชมป์ลีกอีกเลย นับตั้งแต่ เคนนี่ ดัลกลิช ลาออกจากตำแหน่งกุนซือออกไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 1991

 

ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ทีมหงส์แดงเคยเจอมาก่อน หลังการสละบัลลังก์ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 พวกเขาไม่ได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกเลย และนี่กำลังจะเป็นซีซั่นที่ 7 ติดต่อกัน ที่ไม่มีลุ้นแชมป์ลีกสูงสุด

 

พวกเขาอาจจะมีแชมป์บอลถ้วยติดไม้ติดมือบ้าง อย่างเช่น เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ หรือ ยูโรปา ลีก แต่นั่นมันก็คล้ายๆ กับฤดูกาล 2000-01 ซึ่ง ลิเวอร์พูล ได้แชมป์บอลถ้วยเล็กๆ ทุกถ้วย แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คือแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่มีคะแนนมากกว่าหงส์แดงถึง 11 แต้ม


mourinho manu
โชเซ่ มูรินโญ่ โค้ชมากประสบการณ์ที่พยายามพา แมนฯยู กลับสู่จุดสูงสุดแต่ก็ล้มเหลว


รู้ไหมครับว่าในรอบ 6 ฤดูกาลที่ผ่านมา (2013-14 จนถึง 2018-19) แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ใช้กุนซือถาวรถึง 4 คน มีคะแนนตามหลังทีมที่เป็นแชมป์ เฉลี่ยฤดูกาลละ 21.5 แต้ม

 

ฤดูกาลที่ผีแดงมีคะแนนใกล้เคียงแชมป์มากที่สุด คือซีซั่น 2015-16 ที่ได้อันดับที่ 5 โดยมีคะแนนน้อยกว่าแชมเปี้ยนอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 15 แต้ม

 

ขณะที่ซีซั่น 2017-18 ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมทำอันดับได้ดีที่สุด คือรองแชมป์ กลับโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแต้มทิ้งขาดถึง 19 คะแนน

 

ฟิล ธอมป์สัน อดีตกองหลังตำนานลิเวอร์พูล ผู้เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดถึง 7 สมัย ชี้ว่าทีมปีศาจแดงในวันนี้ เหมือนย้อนกลับไปเป็นเหมือนตอนช่วงก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะมาคุมทัพ

 

“มันจะต้องเป็นช่วงที่แย่มากๆ สำหรับแฟนบอลพวกเขา พวกเขาเหมือนจะถอยกลับไปอยู่ในจุดเดียวกับตอนก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะเข้าไปคุม”

 

“ตอนนั้นพวกเขาทุ่มเงินโดยไม่มีวิสัยทัศน์ แก้ไขจุดอ่อนโดยไม่มีแผนที่แท้จริง แล้วมันเหมือนกันยังไง? ผมคิดว่าพวกเรารู้อยู่แก่ใจในตอนนี้”

 

ทางด้าน ดอน ฮัทชิสัน อดีตนักเตะลิเวอร์พูล ช่วงต้นยุค 90 ตั้งคำถามไปที่นโยบายให้โอกาสนักเตะอายุน้อยของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ว่ามาผิดทางมากๆ 

 

เพราะทีมปีศาจแดงชุดปัจจุบัน ไม่มีแกนหลักที่ฝากความหวังได้จริงๆ คอยประคองได้มากพอ

 

“ด้วย ยูไนเต็ด ตอนนี้ ผมไม่คิดว่าพวกเขามีคนที่มีคาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่งไว้ในห้องแต่งตัว”

 

“ดาบิด เด เคอา, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ฆวน มาต้า ต่างเงียบเกินไป เมื่อคุณเป็นนักเตะดาวรุ่ง คุณต้องการประสบการณ์มาไว้รอบๆ คุณ ผมไม่รู้ว่าพวกเขามีสิ่งนั้นไหม”


solskjaer manu
โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ตำนานกองหน้าของสโมสรซึ่งผันตัวเองเป็นโค้ชคนใหม่ของแมนฯยู ผู้ที่จะปลุกปีศาจแดงให้ตื่นอีกครั้ง


แน่นอนว่าวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด ก็คือการใช้เงินซื้อนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเสริม แต่ว่าการจะทำสิ่งนั้น คุณต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่มาจำกัดงบเอาในช่วงที่สถานการณ์กำลังจะไปได้ดีอยู่แล้ว

 

ราฟาเอล เบนิเตซ เคยสร้างทีมชุดที่ใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์ลีก ด้วยการลงทุนคว้านักเตะอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เดิร์ค เค้าท์, ยอสซี่ เบนายูน และ อัลเบิร์ต ริเอร่า

 

แต่หลังจากได้อันดับ 2 ในฤดูกาล 2008-09 พวกเขาถูกบีบให้ต้องขายนักเตะเก่าออกจากทีมก่อน ถึงจะได้เงินมาซื้อแข้งใหม่เสริม 

 

นั่นทำให้ผู้เล่นอย่าง ชาบี อลอนโซ่, อัลบาโร่ อาร์เบลัว ถูกขายออกไป แล้วกลับแลกมาด้วยนักเตะหน้าใหม่อย่าง เกล็น จอห์นสัน กับ อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ ซึ่งรายหลังไม่สามารถทำผลงานตอบแทนค่าตัว 20 ล้านปอนด์ได้เลย

 

หลังจบฤดูกาล 2009-10 เบนิเตซ ต้องโดนปลดออก โทษฐานที่ไม่สามารถพาทีมไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้

 

สถานการณ์คล้ายกับตอนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เพิ่งพาทีมได้รองแชมป์ในปี 2018 เขาขอแค่ตัวรุกฝีเท้าจัดๆ และเซนเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่ง ก็จะมีทีมที่ดีพอเบียดลุ้นแชมป์ได้แล้ว

 

แต่สุดท้าย เขาได้แค่นักเตะที่ใช้ประโยชน์แทบไม่ได้อย่าง เฟร็ด ส่วนผู้เล่นอย่าง ดีโอโก้ ดาโลต์ หรือ ลี แกรนท์ ไม่น่าจะนับเป็นการเสริมทัพสักเท่าไร เพราะซื้อเข้ามาก็แทบไม่ค่อยใช้งาน

 

บอร์ดบริหารมองว่า ในเมื่อลงทุนมหาศาลกับค่าตัวของ ปอล ป็อกบา, เอริก ไบยี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, โรเมลู ลูกากู, เนมานย่า มาติช, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ รวมถึงทำลายเพดานค่าจ้าง คว้าตัว อเล็กซิส ซานเชซ มาแล้ว คุณไม่ควรหวังพึ่งการใช้เงินจำนวนมากอย่างเดียวในการพัฒนาทีม

 

พอ มูรินโญ่ พาทีมทำผลงานย่ำแย่ก็ต้องกลายเป็นแพะถูกปลดออก ก่อนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะเข้ามาคุมทีมแทนจนถึงตอนนี้

 

โซลชาร์ ใช้เงินราวๆ 150 ล้านปอนด์ แลกกับ แดเนียล เจมส์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ก็จริง แต่ก็ต้องยอมขาย โรเมลู ลูกากู ออกไป รวมถึงปล่อยให้ อเล็กซิส ซานเชซ ไปเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน แบบยืมตัว จนสมดุลของทีมเสียไป คือกองหลังอาจดีขึ้น แต่ยอมแลกด้วยกองหน้าที่แย่ลง


liverpool manu
20 ตุลาคม 62 เป็นแดงเดือดอีกหนึ่งครั้งที่ผลการแข่งขันจบด้วยผลเสมอ 1-1


ในช่วงปี 1978-1990 ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เดิมรวมกันมากถึง 8 สมัย ในช่วงเวลาห่างกัน 12 ปี ซึ่ง ณ เวลานั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีแชมป์ลีกติดมือเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

แต่ในช่วงเวลาที่ว่า หงส์แดงกลับสามารถเอาชนะผีแดงในเกมลีกเพียง 8 ครั้ง 

 

ขณะที่ช่วงเวลา 12 ปีระหว่างซีซั่น 1999-2000 จนถึง 2010-11 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไป 7 สมัย แต่พวกเขาก็เคยแพ้ ลิเวอร์พูล ในเกมลีกวันแดงเดือดไปถึง 9 ครั้ง

 

ตัดภาพมาที่ยุคสมัยของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เขานำ ลิเวอร์พูล ทำอันดับเหนือกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 3 ซีซั่น ในช่วง 4 ฤดูกาลหลังสุด แต่ก็เอาชนะผีแดงในลีกได้แค่ครั้งเดียว (อัด 3-1 ในเกมสุดท้ายของมูรินโญ่)

 

ถึงทีมปีศาจแดง จะยังคงสู้ได้ดีในเกมแดงเดือด แต่มันเห็นชัดเจนกันแล้วว่าในระยะยาว พวกเขาเทียบหงส์แดงไม่ได้เลย

 

ถึงแม้ ลิเวอร์พูล จะยังไม่รู้ว่า การรอคอยแชมป์ลีกจะหยุดลงที่ 30 ปีหรือไม่ แต่จากสิ่งที่เห็น แฟนบอลน่าจะมั่นใจได้ว่า พวกเขาน่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 19 ก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้สมัยที่ 21 แน่

 

ตรงกันข้าม ทางด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองต่างหาก จะมีแนวทางอย่างไร ให้พวกเขาไม่ต้องรอคอยความสำเร็จนานถึง 3 ทศวรรษ เหมือนคู่แข่งตลอดกาลของตัวเอง?



ฝาก วิธีการฝาก เเละถอน เเจ้งง่าย สะดวก บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm วิธีการสมัคร เพียงไม่กี่ขั้นตอน บริการเร็วรวดทันใจ fifa55atm
สกู๊ปข่าว
5 ข่าวล่าสุด