โบยาน เกร์กิช : เพราะชีวิตจริงของผมมันไม่เหมือนในเกม Football Manager

G7
13:35 18/11/2019 | แชร์
bojan

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลและคลั่งไคล้โลกของลูกหนังอย่างหนักหน่วงแล้ว แน่นอนไม่มีใครไม่รู้จักเกมคุมทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Football Manager เกมที่ให้คุณได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลที่คุณรัก คุมตั้งแต่การฝึกซ้อมยันลงทำการแข่งขันจริง และจากตรงนี้เองก็ทำให้ตัวเกมได้มีการคาดคะเนค่าพลังของตัวผู้เล่นไว้มากมาย มีทั้งที่โด่งดังในชีวิตจริงและล้มเหลวในชีวิตจริงเช่นกัน

และหนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่ถูกตัวเกมให้ค่าพลังไว้อย่างน่าสนใจเพียงแค่ในเกม แต่ล้มเหลวในชีวิตจริงจนเราต้องหยิบมาพูดถึงกันในครั้งนี้ก็คือ  โบยาน เกอร์กิช อดีตดาวรุ่งเยาวชนของทีมบาร์เซโลน่า ที่ชื่อของเค้าปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกใน Football Manager 2008 ปีนี้หลายคนที่เล่นเกมนี้จะจำกันได้ดีว่า ค่าพลังของเจ้าตัวโหดมากถึงขนาดที่หากนำมาปั้นในระยะเวลา 1-2 ปีจะสามารถเทียบเทา ลิโอเนล เมสซี่ได้เลยทีเดียว ทำให้ตรงนี้เมื่อชื่อของเค้าเริ่มเป็นที่รู้จักจากตัวเกมนี้ บาร์เซโลน่าก็ไม่รอช้าจัดการส่งเจ้าหนู โบยานลงเล่นในชุดใหญ่ของทีมในทันทีเพื่อให้สมกับค่าพลังที่สูงส่งของเจ้าตัว

โบยานกับเส้นทางการค้าแข้งของเค้าในช่วงเวลานั้นโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ มีชื่อเสียงจากเกมคุมทีมชื่อดัง มีผู้คนให้ความสนใจมากมาย แถมได้ลงเล่นในชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปีสร้างสถิติมากมายจากการลงเล่นในฤดูกาลนั้น ที่สำคัญฤดูกาลแรกของเค้าก็ซัดประตูให้กับทีมตัวเองทุกถ้วยไปด้วยจำนาน 12 ประตู เรียกได้ว่าชีวิตสดใส เส้นทางเปรียบเหมือนเกมที่ค่าพลังของเค้าจะแจ้งเกิดกับทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งสเปนอะไรอย่างนั้น

หลังจากที่มีชื่อเสียง ความคาดหวังก็สูงขึ้น จากดาวรุ่งที่ตั้งใจเพียงอย่างเดียว สปอนเซอร์ต่างๆ เริ่มเข้าหา ทำให้เจ้าตัวเริ่มรอคอยโอกาสในการเป็น 11 ตัวหลักของทีมไม่ได้อีกต่อไป จากฤดูกาล 2007 ที่เจ้าตัวโด่งดังถึงปี 2011 ชื่อของโบยานก็วนเวียนอยู่แต่กับม้านั่งสำรองเปลี่ยนตัวลงไปเล่นในระยะเวลาที่น้อย จำนวนในการทำประตูที่เคยทำได้ในปีแรกๆ ก็ลดน้อยลง ชื่อของเค้าก็ค่อยๆ เริ่มหายไปจากแฟนบอลเจ้าบุญทุ่ม จากเด็กที่ทุกคนมองว่าเค้าเป็นดาวรุ่งตอนนี้โบยานต้องกลายเป็นเพียงเด็กที่ซ้อมในทีมรอคอยเวลาลงเล่นเพียงเท่านั้น



bojan messi
โบยาน สมัยค้าแข้งอยู่กับ บาร์เซโลน่า เค้าได้ขึ้นชื่อว่าจะเป็นนักเตะที่ฝีเท้าเทียบเท่า เมสซี่ ได้ในไม่ช้า


เมื่อชีวิตในสเปนทีมที่เค้าหวังว่าจะแจ้งเกิดเริ่มไม่เป็นดั่งหวัง การพเนจรของดาวรุ่ง Football Manager ก็เกิดขึ้น เค้าตัดสินใจย้ายจากสเปนไปลีกอิิตาลีในทันทีและเริ่มเล่นกับทีมหมาป่า โรม่า ในฤดูกาล 2011 ทันที ขวบปีแรกของโบยานในลีกอิตาลียังคงดำเนินไปด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้พัฒนาไปยังคำทำนายของเกมที่ทำนายไว้ ตลอดฤดูกาลเค้ายิงได้เพียง 7 ประตูเท่านั้น ชีวิตในกรุงโรมจึงจบลงในฤดูกาลนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ เอซี มิลาน จะยืมตัวเค้าไปต่อในฤดูกาล 2012 แต่ก็อย่างที่ทุกคนคิดไว้เค้าปรับตัวกับลีกไม่ได้เช่นเคย 3 ประตูที่ทำได้ต่อฤดูกาลยังคงน้อยไปในการลงเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวความหวังของทีม


bojan roma
ช่วงเวลาสั้นๆที่ โบยาน ลงเล่นให้กับ โรม่า เป็นช่วงเวลาแห่งความหวังของโบยาน แต่เค้าก็ต้องผิดหวัง


แต่โชคยังคงเข้าข้างเจ้าหนูโบยานคนนี้ แม้อายุจะเพิ่มขึ้น ความสามารถอาจจะไม่ได้เพิ่มเติมดั่งที่ทุกคนคาดไว้ โอกาสดีๆ ก็มีเข้ามาอย่างไม่ตั้งตัวเช่นกัน บาร์เซโลน่าจัดการพาเจ้าตัวขึ้นยานอีกครั้งกลับสู่ลีกประเทศสเปนอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวังของเด็กคนนี้ เพียงแต่เค้ายังคงเป็นเด็กคนเดิมคนที่หลงใหลกับชื่อเสียง เรื่องราวนอกสนามมากกว่าเรื่องราวในสนาม

โอกาสมีคว้าไว้ไม่ได้ก็ถึงเวลาต้องจากไปในฤดูกาลเดียวกันที่เจ้าบุญทุ่มดึงตัวเค้ากลับมา เจ้าตัวยังไม่ได้เล่นให้กับทีมเลยสักนัด กลับกลายเป็นชีวิตต้องออกเดินทางอีกครั้งและอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมก็เป็นทีมที่ตัดสินใจยืมตัวของเค้าไปโลดแล่นในฟุตบอลลีกเนเธอร์แลนด์ ชีวิตของโบยานต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัวครั้งนี้ 4 ประตูที่ยิงได้ก็น้อยเกินไปกับชื่อเสียงที่เค้ามี บางทีทีมที่ใหญ่อาจจะไม่ใช่คำตอบของการลงเล่นฟุตบอลอาชีพ ชื่อเสียงที่เคยมีจากเกมก็ไม่ได้ช่วยให้เค้าเองได้พัฒนาดั่งใจหวัง มันทำหน้าที่ได้เพียงผลักดันให้เค้ามีโอกาสมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง


bojan stoke


ผิดหวังหลายคนจนเจ้าตัวเริ่มชินการกลับไปแทรกในชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่ายิ่งต้องเลิกหวัง ดีลที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในช่วงเวลานั้นมีเพียงแค่ สโต็ค ซิตี้ จากประเทศอังกฤษเท่านั้นที่ยื่นเข้ามา ไม่มีอีกแล้วสำหรับทีมที่มีชื่อเสียงมาติดต่อเค้า ไม่มีอีกแล้วสำหรับโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่เข้ามา เหลือเพียงแค่ตัวเลือกเพียงตัวเดียวเท่านั้นคือทีมนี้

จากฟุตบอลสเปนไปลีกอิตาลีพเนจรไปเนเธอร์แลนด์และกำลังมาสู่ลีกอังกฤษ เส้นทางของเค้าหากเฉลี่ยตั้งแต่จากอ้อมกอดบาร์เซโลน่าในปี 2011 มาก็ย้ายทีมแทบทุกปี ไม่มีสโมสรและตำแหน่งลงเล่นที่แน่นอน การมาสโต็ค ซิตี้จึงเปรียบเสมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายของดาวรุ่งหนุ่มคนนี้ แถมลีกที่เลือกย้ายมาก็ดันเป็นลีกที่โหดที่สุดก็ว่าได้

โบยานเหมือนเด็กน้อยที่ิวิ่งไปลงเล่นให้หมดไป 90 นาทีในแต่ละสัปดาห์เพียงเท่านั้น พิษร้ายที่เคยมีสมัยยามขึ้นมาเป็นดาวรุ่งจากเกมแทบหายเกลี้ยง เหลือเพียงแต่เด็กหนุ่มที่วิ่งไปวิ่งมา เพียงเท่านั้น 3 ฤดูกาลกับสโต็ค ซิตี้จึงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้มากพอแล้วว่าเค้าก็ยังคงไม่เหมาะกับทีมฟุตบอลทีมนี้ 14 ประตูที่ทำได้นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีแล้วสำหรับตัวเค้า การถูกปล่อยยืมตัวจึงเป็นหนทางที่จะพอช่วยเหลือให้เค้าได้ลงเล่นฟุตบอลแบบเต็มเกมได้บ้าง ไม่มีอีกแล้วสำหรับโอกาสในการเลือกสโมสรใหญ่ๆ ในการลงเล่น ดีลที่ยื่นเข้ามาต่างกล้าๆ กลัวๆ จะเอาเด็กหนุ่มคนนี้ไปร่วมทีม สถิติที่ไม่สวยงามทำให้ทุกทีมคิดหนักและเดินจากไป


bojan bienvenue


จนกระทั่งในทีมสุดทีม ไมนซ์05 ลีกเยอรมันเป็นอีกหนึ่งทีมที่กล้าเสี่ยงคว้าตัวไปร่วมทีมในฤดูกาล 2016 และมันก็ยิ่งหนักข้อกว่าเดิม การไปลงเล่นในลีกเยอรมันครั้งนี้ของเจ้าตัวตลอดทั้งปียิงไปได้เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น ยิ่งผิดหวังไปกว่าเดิม เมื่อผิดหวังไปแล้วโบยานยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อ ฤดูกาลถัดมาเจ้าตัวตัดสินใจกลับไปเล่นลีกสเปนอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นทีมเล็กอย่าง อลาเบส ทีมที่น่าจะมีพื้นที่ให้เจ้าตัวได้สอดแทรกลงเล่นบ้าง แต่โชคร้ายยังคงอยู่เค้ากลับยิงไม่ได้เลยในลีกแม้แต่ประตูเดียวแถมจำนวนในการลงเล่นก็มีแค่เพียง 13 นัดเท่านั้น แทบจะปิดประตูการค้าแข้งในทวีปยุโรปไปเลยก็ว่าได้สำหรับดาวรุ่งรายนี้

เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงบทสรุป สโต็ค ซิตี้ ไม่มีพื้นที่ให้กับเจ้าตัวลงเล่นอีกต่อไป ทีมตัดสินใจยกเลิกสัญญากับหนุ่มน้อยผู้นี้กลางปี 2019 และกลายเป็นสโมสร มอนทรีออล อิมแพ็ค ในเมเจอร์ลีกคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยสัญญาหนึ่งปี ซึ่งจนถึงปัจจุบันแล้วโบยานก็ยิงประตูให้กับทีมไปแล้วได้ถึง 3 ประตูด้วยกัน

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้ได้ว่า บางครั้งชีวิตนักเตะที่เราชื่นชอบและคาดหวังก็ไม่ได้สวยงามเหมือนกับเกมเสมอไป หากเลือกเส้นทางผิดจากดาวรุ่งก็อาจจะกลายเป็นดาวร่วงได้เสมอ เรื่องราวของโบยานสอนให้รู้ว่า อย่าหลงในแสงสีและชื่อเสียง จงหมั่นฝึกซ้อมเข้าไว้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าอาชีพนักฟุตบอลของคุณจะสิ้นสุดลงเมื่อใด