ไมเคิล โอเว่น : 2 นัดที่ดีที่สุดในชีวิตของชายคนนี้

G7
15:43 18/05/2020 | แชร์
owen

หากจะพูดถึงตำนานนักเตะอย่าง ไมเคิล โอเว่น ศูนยหน้าอดีตฉายาเพชรฌาตหน้าทารก หลายคนอาจจะมีภาพจำถึงผู้ชายคนนี้แตกต่างกันออกไปทั้งภาพตอนที่เป็นนักเตะดาวยิงของทีมลิเวอร์พูล ภาพในวันที่เจ้าตัวย้ายไปเรอัล มาดริด หรือจะเป็นภาพที่เค้าถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ใครจะล่วงรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว โอเว่น มีเกมที่ประทับใจและติดอยู่ในความทรงจำของเค้าเพียงแค่สองเกมด้วยกันและสองเกมนั้นมันก็เป็นเกมที่แจ้งเกิดให้ผู้เล่นคนนี้ก้าวขึ้นไปสู่การคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปี 2001 ส่วนเกมนัดที่โอเว่นจะประทับใจคือนัดไหน เร่เข้ามาเค้าพร้อมแล้วที่จะเล่าเรื่องราวให้พวกคุณได้ฟัง



owen 2001
โอเว่น กระชาก หนี อดัม ตำนานกองหลังของ อาร์เซน่อล และยิงผ่านมือ ดาวิด ซีแมน เป็นประตูพา ลิเวอร์พูล ได้แชมป์


เดินทางกลับไปในปี 2001 ฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลได้เข้าชิงกับอาร์เซนอลในถ้วย เอฟเอคัพ เกมวันนั้นเป็นเกมที่ไมเคิล โอเว่น ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเกมนั้นมันน่าเหลือเชื่อ พวกเรารู้ว่าขุมกำลังของอาร์เซนอลแข็งแกร่งมากๆ พวกเค้ามีทั้ง พาทริค วิเอล่า, เธียรี่ อองรี่, โรแบร์ ปิเรส ที่ลงเล่นในเกมนั้นและก็ออกนำไปอย่างรวดเร็ว เกมทั้งหมดมันเหมือนจะจบลงแล้ว อาร์เซนอลกำลังจะคว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพในปีนั้น ผมรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นเราเหลือเวลาอีกไม่มากและโอกาสในเกมครั้งแรกของผมก็มาถึง ผมทำมันได้เราตีเสมออาร์เซนอลได้ เรากำลังมองไปถึงช่วงเวลาแห่งการต่อเวลาพิเศษ”


owen fa cup 2001
แชมป์ FA cup 2001 เป็นแชมป์ในความทรงจำของ ไมเคิล โอเว่น


แต่ทันใดนั้นไม่มีใครคาดคิดว่า ลิเวอร์พูลจะได้บุกอีกครั้งในช่วงท้ายเกม เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่อาร์เซนอลต้องการปิดเกมนี้ให้จบลงด้วยน้ำมือของพวกเค้ามากกว่า ทำให้แนวรับทุกคนถูกดันขึ้นมาในเกมรุกเกือบทั้งหมด ทำให้บอลได้เดินทางมาหาโอเว่นอีกครั้ง “ท้ายเกมเราเห็นพวกเค้าดันขึ้นไปหมด แต่ผมก็คิดลึกๆ ว่าถ้าเรามีโอกาสเราจะสวนกลับให้ดีที่สุดจังหวะนั้นทุกอย่างเหมือนเป็นใจ บอลพุ่งมาหาผมไวมาก ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งเพื่อแซงกองหลังทุกคนและจัดการยิงใส่ เดวิด ซีแมน ทันที เกมจบพวกเราชนะทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก รู้ตัวอีกทีมันก็กลายเป็นถ้วยแชมป์ที่มาอยู่ในมือผมแล้ว” เกมนี้จึงถือว่าเป็นอีกเกมที่โอเว่นบอกว่าในชีวิตนี้หากจะมีเกมไหนที่เค้าจำได้ก็คงจะเป็นเกมนี้ที่เค้าจดจำทุกอย่างได้ตั้งแต่ต้นจนจบ


michael owen england argentina 1998
เดวิค แบคแฮม และ ไมเคิล โอเว่น ทั้งคู่ต่าง


อีกหนึ่งเกมเป็นเกมระดับชาติเมื่อปี 1998 ฟร้องค์ 98 ที่ประเทศฝรั่งเศส ทัวร์นาเม้นท์นั้นเป็นทัวร์นาเม้นท์แรกที่เค้าติดทีมชาติและเกมที่พบกับทีมชาติอาร์เจนติน่าก็เป็นเกมที่อยู่ในความทรงจำเค้าไปตลอดกาล เพราะเกมนี้มันเป็นเกมที่แม้เวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ แต่เมื่อหยิบความทรงจำในวันนั้นมาดูโอเว่นก็ยังคงบอกเอาไว้ว่า “ทุกอย่างมันปั่นป่วนไปหมดภาพในเกมวันนั้นที่ผมจำได้ทีมชาติของเราอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด อาร์เจนติน่าก็เช่นเดียวกัน พวกเค้าแข็งแกร่งเอามากๆ เราเริ่มเกมนี้ได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างในวันนั้นเราเริ่มควบคุมมันได้หมด ผมทำประตูได้ ประตูนี้มันสำคัญต่อผมมากๆ เพราะมันคือประตูในนามทีมชาติและมันคือการยิงได้ในฟุตบอลโลก”


michael owen ballon dor 2001
ไมเคิ่ล โอเว่น คือผู้เล่นอังกฤษคนสุดท้ายที่ได้รางวัล บัลลงดอร์


ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดกับเดวิด แบ็คแฮมก็ตามในเกมนั้น แต่เค้าก็แสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นในวันนั้นไว้ว่า “เกมในวันนั้นทุกอย่างกำลังไปได้สวย พวกเราคิดว่า เราจะเก็บชัยและผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ทุกอย่างมันพลิกกันหมด ผมเห็นเดวิด แบ็คแฮม อยู่ในระยะที่ไกลสายตาออกไป ผมเห็นว่าเค้าอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ดีนักเมื่อผู้เล่นของอาร์เจนติน่ากำลังล้อมเค้าไว้อยู่พร้อมกับกดดันผู้ตัดสิน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากๆ ผู้เล่นคนสำคัญของทั้งสองทีมต่างวิ่งเข้าหากัน แต่ทันใดนั้นผมก็รู้แล้วว่ามันเป็นใบแดงของเดวิดแน่นอน ทุกอย่างมันดูแย่ลงในทันที อาร์เจนติน่ากลับมาครองเกมและคว้าชัยไปเหนือเราได้ ผมผิดหวังมากๆ แม้จะยิงประตูได้ก็ตาม ผมเสียใจเป็นอย่างมากที่เราผ่านเข้ารอบไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในวันนั้นมันก็สำคัญกับผมและมันก็เป็นเกมที่จดจำได้ตลอดกาลในชีวิตของผมเช่นกัน ผมได้ลงเล่นกับนักเตะเก่งมากมาย และพวกเค้าก็เป็นส่วนนึงที่สร้างให้ผมเป็นผมได้ทุกวันนี้ มันยิ่งใหญ่มากจริงๆ”

แม้สุดท้ายในฐานะนักเตะ ไมเคิล โอเว่น อาจจะไม่เคยได้สัมผัสแชมป์รายการใหญ่ๆ กับทีมชาติอังกฤษเลย แต่เกมในวันนั้นมันก็สร้างชื่อมาให้เจ้าตัวในวันนี้และมันก็ยังทำให้เค้าก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นนักเตะระดับโลกอย่างที่เค้าต้องการ เค้าทำมันสำเร็จและจารึกไว้ว่า ไมเคิล โอเว่น คือกองหน้าอังกฤษเพียงคนเดียวที่คว้ารางวัลบังลงดอร์ได้ในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเวลานั้น