ไคล์ วอล์คเกอร์ : แบ็กขวาระดับต้นๆ ของอังกฤษ ซึ่งชีวิตวัยเด็กไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ม้าโฉด
10:34 28/01/2020 | แชร์
kyle walker

ไคล์ วอล์คเกอร์ คือเจ้าของสถิตินักเตะตำแหน่งฟูลแบ็กที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก เมื่อย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 

ค่าตัวตั้งต้น ณ วันที่บรรลุข้อตกลงกันคือ 45 ล้านปอนด์ แต่หากรวมกับออปชั่นต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จของทีมเรือใบสีฟ้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ ค่าตัวถึงหลัก 60 ล้านปอนด์ได้เลย

ถึงแม้ ณ เวลานี้ ใครๆ ต่างยกตำแหน่งแบ็กขวาที่ดีที่สุดของอังกฤษและของโลกให้กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สุดยอดจอมแอสซิสต์อนาคตไกลของ ลิเวอร์พูล แต่ชื่อของ วอล์คเกอร์ ก็ยังคงเป็นแบ็กขวาเบอร์ต้นๆ ของแดนผู้ดีอยู่ดี

แต่คุณรู้หรือไม่? ว่าก่อนจะเติบโตมาเป็นสุดยอดแบ็กขวาอย่างทุกวันนี้ วอล์คเกอร์ เริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้ามาก่อน สมัยเป็นนักเตะทีมเยาวชนของสโมสรเล็กๆ อย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อกว่า 10 ปีก่อน



kyle walker sheffield united
ไคล์ วอล์คเกอร์ ในสมัยที่ยังเป็นเยาวชนให้กับเชฟฟิลด์


ไคล์ วอล์คเกอร์ นักเตะซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นชาวจาเมกา เกิดที่เมืองเชฟฟิลด์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1990 ก่อนจะเข้าสู่อะคาเดมี่ทีมดาบคู่ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น

จากบทสัมภาษณ์แบบ Exclusive ของ รอน รีด อดีตผู้จัดการทีมเยาวชนของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ให้ไว้กับ ดิ แอธเลติก สื่อเด่นที่รวมบทความจากคอลัมนิสต์ชื่อดังทั่วเกาะอังกฤษ เขาบอกว่า วอล์คเกอร์ ในวัยเด็กเคยเป็นกองหน้าร่างจิ๋วมาก่อน

แต่แล้วจุดเปลี่ยนในชีวิตของ วอล์คเกอร์ ก็คือในเกมฟุตบอลระดับอะคาเดมี่นัดหนึ่ง ตอนที่เขาอายุแค่ 11 ขวบ เขาถูกโค้ชขอร้องให้ไปรับบทแบ็กขวาจำเป็น เพื่อรับมือปีกซ้ายที่ฝีเท้าฉกาจของคู่แข่ง ก่อนจะระเบิดฟอร์มสุดยอด จนฝั่งตรงข้ามโชว์ฟอร์มไม่ออก ก่อนที่ วอล์คเกอร์ จะถูกผลักดันให้ไปเอาดีในตำแหน่งนั้น ซึ่งน่าจะเหมาะกับสรีระของตัวเองมากกว่า

รอน รีด ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “ตอน 11 ขวบ วอล์คเกอร์ น่าจะสูงสัก 3 ฟุต 2 นิ้วเห็นจะได้มั้ง เขายังไม่มีรูปร่างสูงใหญ่เลยจนกระทั่งอายุ 16 ปี แต่ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปีต่อจากนั้น เขาสูงขึ้นพรวดพราด จนผมคิดว่าเขาแอบไปนอนในถุงปุ๋ยมาหรือเปล่า”

“ผมไม่มีวันลืมวันแรกที่ผมพบกับไคล์ มันเป็นเกมของทีมชุดยู-12 พบกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์”

“ผมไม่ได้คุมทีมชุดนั้น แต่ผมอยู่ที่นั่นเพื่อชมเกม เรามีเด็กๆ จากไอร์แลนด์หลายคนเข้ามาทดสอบฝีเท้า แต่พวกเขาเจอปัญหา เพราะปีกซ้ายของฝั่งตรงข้ามปั่นป่วนเราอย่างมาก”

“และแล้วโอกาสก็เกิดขึ้น ไคล์ ถูกเปลี่ยนตำแหน่งจากกองหน้ามาเป็นแบ็กขวา เขาไม่ได้สมัครใจเท่าไร แต่โค้ชเป็นคนตัดสินใจ และไคล์ก็เล่นตำแหน่งใหม่ได้ยอดเยี่ยม”

“1 สัปดาห์ต่อมา โค้ชจับไคล์ไปเล่นแบ็กขวาอีกครั้ง แต่เกมนั้นผมไม่ได้ไปดูเขาเล่น แต่ผมไปดูเขาในเกมถัดจากนั้นซึ่งตรงกับเช้าวันอาทิตย์ และไคล์ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจในตำแหน่งแบ็กขวาเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากนั้นผมก็ติดตามเขาอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว”


kyle walker sheffield united 2009
ในปี 2009 ถือว่าเป็นช่วงพีคของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ในการค้าแข้งให้กับ เชฟฟิลด์ เลยก็ว่าได้


ตอนที่อายุเพียง 18 ปี (ปี 2008) ไคล์ วอล์คเกอร์ เซ็นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกในชีวิตกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นให้ทีมสำรองมากกว่า

แต่คนที่มีส่วนสำคัญในการพยายามผลักดัน วอล์คเกอร์ ให้ขึ้นทีมชุดใหญ่ของดาบคู่ไวๆ ก็คือ รอน รีด

“ผมไปคุยกับผู้จัดการทีม (เควิน แบล็คเวลล์) อยู่หลายครั้งว่า ไคล์ พร้อมแล้ว”

“แต่เขาไม่ได้แม้แต่ลงซ้อมร่วมกับนักเตะทีมชุดใหญ่ เขาอยู่กับทีมชุดที่กำลังพัฒนา และมันเป็นเรื่องโชคร้ายของเขาที่ในช่วงนั้น ทีมสำรองมันค่อนข้างมีปัญหามาก เพราะโปรแกรมการแข่งขันมันไม่ได้มีมาอย่างสม่ำเสมอ คุณอาจมีช่วงเวลานานถึง 3 สัปดาห์ที่ไม่มีเกมแข่งเลยแม้แต่นัดเดียว”

“เรื่องนี้ทำให้ ไคล์ ท้อแท้สุดๆ เขาไม่ได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ ส่วนทีมสำรองกว่าจะได้ลงสนามก็ต้องรอทุกๆ 3 สัปดาห์ ผมมองไม่เห็นเลยว่าตัวเขาจะเติบโตขึ้นมาได้ยังไง และผมก็รู้เลยว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง”

“ผมไปคุยกับ เควิน แบล็คเวลล์ และอธิบายว่าเด็กคนนี้กำลังผิดหวัง ไคล์ ถึงกับพูดเรื่องการขอย้ายออกจากทีม ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่มันแสดงให้เห็นถึงความผิดหวังทุกๆ อย่างที่เข้ามาสู่เขา”

จากการที่ยังไม่มีตำแหน่งให้ลงเล่นในทีมดาบคู่ชุดใหญ่ ทำให้ในเดือนพฤศจิกายน 2008 วอล์คเกอร์ ถูกส่งตัวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน ลีก วัน กับ นอร์ทแธมป์ตัน ยูไนเต็ด เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 3 เดือน

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ วอล์คเกอร์ ก็โชว์ฝีเท้าให้เห็นว่าเขาพร้อมแล้วที่จะลงสนามให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในเกมระดับแชมเปี้ยนชิพ ทำให้ช่วงต้นปี 2009 ทีมดาบคู่เรียกตัวเขากลับมาใช้งาน และพาทีมทำอันดับไปเล่นรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ


kyle walker spur 2009
ฟอร์มอันร้อนแรงของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ทำให้ สเปอร์ส ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีกต้องเซ็นตัวมาอยู่กับทีมและปล่อยให้ เชฟฟิลด์ ยืมใช้งาน


ช่วงท้ายฤดูกาล 2008-09 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อยู่ภายใต้การคุมทีมโดย เควิน แบล็คเวลล์ 

เขาใช้ทีมลงสู้ศึกในช่วงสำคัญโดยผสมผสานระหว่างนักเตะประสบการณ์สูงที่อายุเกิน 30 ปีอย่าง แพ็ดดี้ เคนนี่ (นายประตู) และ คริส มอร์แกน (เซนเตอร์แบ็ก) ซึ่งเคยพาทีมดาบคู่ขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2006-07 กับดาวรุ่งวัยทีนเอจที่เล่นตำแหน่งฟูลแบ็กทั้ง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ ไคล์ นอห์ตัน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ วอล์คเกอร์ ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในเกมสำคัญเร็วเกินคาด ก็คือการที่ แกรี่ เนย์สมิธ แบ็กซ้ายรุ่นพี่ได้รับบาดเจ็บจนชวดลงสนามให้ทีมในช่วงชี้ชะตา วอล์คเกอร์ จึงได้โอกาสลงตัวจริงในลีก 2 เกมสุดท้าย ก่อนยึดตำแหน่งตัวหลักต่อในอีก 3 นัดของรอบเพลย์ออฟ

การที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ถูกส่งลงออกสตาร์ทในเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกปี 2009 ที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบกับ เบิร์นลี่ย์ ทำให้ดาวเตะซึ่งเติบโตมาเป็นสุดยอดแบ็กขวาของประเทศ กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมดาบคู่ ที่ลงสนามที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ด้วยวัยเพียง 18 ปี 362 วัน

น่าเสียดายที่ วอล์คเกอร์ ไม่สามารถช่วยต้นสังกัดเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ เพราะ เบิร์นลี่ย์ คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูโทนของ เวด เอลเลียต ทำให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยังต้องวนเวียนอยู่ในลีกรองต่ออีกหลายปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 เขาและฟูลแบ็กวัยไล่เลี่ยกันอย่าง ไคล์ นอห์ตัน ก็ได้โอกาสย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกสมใจ เมื่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยื่นข้อเสนอถึง 9 ล้านปอนด์ให้กับ เชฟฯ ยูฯ เพื่อขอคว้าตัวฟูลแบ็กอายุน้อยทั้งสองคนไปเสริมทัพ ก่อนปล่อยให้ทีมระดับรองๆ ใช้งานไปก่อนอีก 2 ปี


kyle walker champion man city
ไคล์ วอล์คเกอร์ เป็นแบ็คขวาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนนึงของโลกเลยก็ว่าได้


วอล์คเกอร์ ถูก สเปอร์ส ปล่อยให้ทีมเก่าอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวอีก 1 ฤดูกาลเต็มๆ ในซีซั่น 2009-10 ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาจะไปเล่นให้ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แล้วค่อยได้โอกาสลงเล่นเกมลีกสูงสุดกับ แอสตัน วิลล่า ในครึ่งซีซั่นหลังของฤดูกาล 2010-11

ส่วน ไคล์ นอห์ตัน ถูกปล่อยให้ทีมระดับแชมเปี้ยนชิพยืมตัว 2 ปีเต็ม คือ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในฤดูกาล 2009-10 ตามด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่น 2010-11

การที่ วอล์คเกอร์ ได้โอกาสลงสนามเต็มๆ ในลีกสูงสุดก่อนกับ วิลล่า คือจุดเปลี่ยนให้เขาพัฒนาฝีเท้าจนแซงหน้า นอห์ตัน เขาติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2011 และกลายเป็นตัวหลักของทีมไก่เดือยทองอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 ซึ่งซีซั่นนั้นเขาแจ้งเกิดเต็มตัวในพรีเมียร์ลีก และถูกเลือกให้เป็นสุดยอดดาวรุ่งแห่งปี พร้อมติดทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของพีเอฟเอ

และช่วงหลังจากนั้นมา ก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน เขาคือหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษของลีกสูงสุดอังกฤษ ก่อนย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ 2017 ด้วยค่าตัวสถิติโลกของนักเตะฟูลแบ็ก

เขาคือกำลังสำคัญของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่พาทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน รวมถึงแชมป์ในอังกฤษครบทุกรายการ

ไคล์ วอล์คเกอร์ อาจจะมีปัญหาในเรื่องของสรีระในวัยเด็ก เขาอาจจะค้นพบตำแหน่งที่ใช่ได้ไม่เร็วนัก และไม่ได้เริ่มเส้นทางนักเตะกับสโมสรระดับยักษ์ใหญ่

แต่เส้นทางชีวิตของเขา คือตัวอย่างที่ดีว่า “เพชรอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นเพชร” 

ถ้าคุณมีค่ามหาศาลในตัวเอง สักวันหนึ่ง คุณจะได้ไปอยู่ในสถานที่ที่คู่ควร...